More

    OMODA x JAECOO จ่อบุกไทยต้นปีหน้า ประเดิม OMODA 5 EV

    หลังจากที่ CHERY ตัดสินใจหวนกลับมาทำตลาดรถยนต์ในไทยอีกครั้งแต่ครั้งนี้เปิดตัวแบรนด์ลูกของค่ายนั่นก็คือ OMODA และ JAECOO และทำตลาดแบบอิสระ

    OMODA

    ล่าสุดทางทีมงาน Car2Day ได้สัมภาษณ์กับทางคุณชี่เจี๋ย (Qi Jie) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ OMODA และ JAECOO ประเทศไทย (Country Director Thailand) เกี่ยวกับทิศทางการแนะนำแบรนด์ OMODA และ JAECOO ให้ลูกค้าชาวไทยได้รู้จักกันอย่างกว้างขวางตั้งเป้าในภายในระยะเวลา 5 ปีหลังการเปิดตัวจะสามารถขึ้นไปในกลุ่มท็อปทรีแบรนด์รถอีวีในไทยให้ได้

    ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปเตรียมจดทะเบียนเปิดบริษัทในประเทศไทยให้แล้วเสร็จ เปิดตัวพันธมิตรทางธุรกิจในไทย แต่งตั้งดีลเลอร์โดยตั้งเป้าไว้ที่ 30 แห่ง จากดีลเลอร์​ 15-20 ราย​ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและจังหวัดสำคัญของภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะมีการเปิดตัว OMODA 5 EV โชว์ตัวที่งาน Bangkok Motor Show 2024 ตั้งเป้ายอดขายในไทยช่วงแรกเป็น 18,000 คัน/ปี และในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีหน้าเตรียมเพิ่มทางเลือกกับ OMODA 5 HEV เอสยูวีฟูลไฮบริด​ ส่วน JAECOO ยังคงต้องศึกษาตลาดในไทยก่อนว่าจะทำตลาดรุ่นไหนระหว่าง JAECOO 7 หรือ JAECOO 8 แต่รุ่นหลังนี้คาดว่าต้นปี 2025 ได้พบกัน

    JAECOO

    ทางด้านการประกอบรถยนต์ OMODA และ JAECOO ในไทยทางคุณชี่เจี๋ย (Qi Jie) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าตอนนี้กำลังหาพันธมิตรที่มีความชำนาญในด้านการประกอบโดยจะเลือกหาโรงงานที่มีอยู่ประกอบรถพวงมาลัยขวาเพื่อขายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศโดยตั้งเป้าเฟสแรกไว้ที่ 20,000 คัน/ปี โดยโรงงานในไทยจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ปีหน้าและรุ่นแรกที่ประกอบนั้นเป็น OMODA 5

    OMODA

    OMODA 5 EV เอสยูวีดีไซน์ล้ำที่นำพื้นฐานมาจาก OMODA C5 เครื่องยนต์สันดาปตกแต่งขัดเกลางานดีไซน์ให้กลายเป็นรถยนต์อีวีสมบูรณ์แบบ เริ่มที่ กระจังหน้าทรงปิดทึบพร้อมตัวอักษร OMODA ขนาดใหญ่ติดขอบฝากระโปรงหน้า ล้อมด้วยขอบไฟ DRL LED ซ้าย-ขวาโอบรับกับตัวรถัดลงมาเป็นไฟหน้าแบบ LED matrix แนวตั้งซ้าย-ขวา หลังคารถออกแบบอย่างเฉียบขาดเทียบชั้นรถยุโรป ไฟท้าย LED X-STYLE แนวยาวประดับด้วยตัวอักษร OMODA ล้ออัลลอยให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60R17และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R18 ตัวรถด้วยความยาว 4,400 มม. ความกว้าง 1,824 มม. ความสูง 1,588 มม. ฐานล้อ 2,630 มม. น้ำหนัก 1,444 กก.

    ภายในหรูหราสปอร์ตเหมือนกับ OMODA C5 เวอร์ชันเครื่องสันดาปเทียบชั้นกับคู่แข่งร่วมชาติไม่ว่าจะเป็น จอขนาดใหญ่ 2 จอที่รวมมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่และจอสัมผัสอยู่ในตำแหน่งเดียวกันแบบ Dual Screen ขนาดแต่ละฝั่งขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ปุ่ม Push Start พร้อมกุญแจรีโมท Keyless Entry สามารถสั่งสตาร์ทรถด้วยกุญแจรโมทได้หรือ Remote engine start เบาะนั่งหุ้มกึ่งหนังแท้สามารถพับได้ในส่วนของเบาะหลัง 60:40 โดยความจุด้านท้ายรถ 360 ลิตร ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารหรือ Ambient Light มากถึง 64 สี ลำโพงคุณภาพจาก SONY 8 จุด เครื่องปรับอากาศแยกส่วนอุณหภูมิซ้าย-ขวา กันฝุ่น PM 2.5 เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold

    ขุมพลังที่ทำตลาดในไทยเป็นแบบไฟฟ้าล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent magnet synchronous reluctance motor ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุแบตเตอรี่ 66 kWh ที่ให้กำลังมากถึง 204 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร โดยวิ่งไกลสุด 510 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง มาตรฐาน NEDC ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.7 วินาทีโดยการชาร์จแบบชาร์จช้า AC 9 ชม. และชาร์จเร็ว DC 40 นาที ได้ 30-80%

    OMODA

    แต่ที่แน่ๆมีระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ และระบบช่วยผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ด้วยความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโครการประเมินรถใหม่ของยุโรป (E-NCAP) ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ควบคุมการทรงตัว EPS ตรวจวัดลมยาง TPMS ควบคุมการออกตัวบนทางลาดชัน HAC และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC โดย OMODA 5 EV จำหน่ายช่วงแรกเป็นรถนำเข้าจากจีนท้าชนกับ BYD ATTO 3

    OMODA

    นอกจากนี้ยังมีอีกสองรุ่นจากแบรนด์ JAECOO กับ JAECOO 7 เอสยูวีขนาดเล็กและอีกรุ่นกับ JAECOO 8 เอสยูวีใหญ่พื้นฐาน CHERY TIGGO 9 หน้าตาออกไปทางยุคใหม่ตั้งแต่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมไส้ในเป็นแนวตั้ง 14 ซี่ ทูโทนโครเมียม/ดำเข้ม ปะโลโก้ JAECOO ขนาดใหญ่คู่กับไฟหน้า LED รับกับกันชนหน้าดีไซน์เด่นเล่นระดับด้านข้างมาพร้อมที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังรถ กระจกมองข้างทรงสปูน

    พร้อมล้ออัลลอยเลือกได้ทั้งขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/55 R19 กับ 20 นิ้วพร้อมยาง 245/50 R20 หลังคารถออกแบบอย่างเฉียบขาดพร้อมไฟท้าย LED แนวยาวประดับด้วยตัวอักษร JAECOO ประกบด้วยกันชนหลังทรงหรูด้วยตัวรถที่ใหญ่กว่าเพื่อนๆในค่ายทำให้ตัวรถมีความยาว 4,820 มม. ความกว้าง 1,930 มม. ความสูง 1,699-1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2820 มม.

    ภายในยิ่งมองยิ่งล้ำอนาคตกับคอนโซลหน้าพร้อมช่องแอร์ทรงเหลี่ยมดูหรูหรา เด่นด้วยจอคู่บอกทั้งความเร็วรถกับจอระบบความบันเทิงเชื่อมต่อการสื่อสารทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ทั้งหมด 24.6 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงท้ายตัดแบบ Multi-Kinetic Flat-Bottom ปะตัวอักษร JAECOO ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารหรือ Ambient Light มากถึง 64 สี พร้อมความสบายจากเบาะนั่งสองตอน 5 ที่นั่ง และสามตอน 7 ที่นั่ง จอแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว

    ขุมพลังแน่นอนว่าจะเป็นสันดาปล้วนด้วยพลังเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร Acteco รหัส SQRD4T20 แรงสุด 254 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 390 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบ/นาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT 7 สปีด พร้อมระบบออฟโรดอัจฉริยะ ARDIS ทั้ง ECO, Normal, Sport, Snow, MUD, Off Road โดยเมืองไทยเลือกเวอร์ชันเสียบปลั๊ก Plug In Hybrid ออกจำหน่าย

    OMODA

    นับเป็นแบรนด์รถจีนน้องใหม่ลำดับที่เจ็ดที่ได้มาทำตลาดในไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมานับจาก MG, GWM, BYD, NETA, AION, Changan และล่าสุด OMODA และ JAECOO สองแบรนด์นี้จะมีผลตอบรับจากคนไทยมากน้อยแค่ไหนหลังจากเปิดตัวภาพลักษณ์ สินค้า และบริการ ต้องติดตาม

    ABOUT THE AUTHOR

    PT

    Latest Posts