รถใหม่ค่าย CHERY เปิดตัวพร้อมกับ CHERY V23 เมื่อปีกลายแต่ด้วยความไม่ลงตัวเรื่องสเปกและราคาจนต้องเลื่อนมาเปิดต้นปี กับ CHERY TIGGO 8 CSH
สำหรับ CHERY TIGGO 8 CSH นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ผลิตที่โรงงาน PT Handal Indonesia Motor เมืองชวาตะวันตก นำมาจำหน่ายถึง 2 รุ่นย่อยในราคาไม่ถึงล้านทั้งรุ่น ESTEEM 2WD และรุ่น ELITE 4WD รุ่นท็อปสุดขับเคลื่อน 4 ล้อ คันที่นำมารีวิวในครั้งนี้

Design & Exterior
พื้นฐานเดียวกับรุ่น TIGGO 7 มีความเท่หรูหราจากกระจังหน้าทรงเพชรอันโดดเด่น Diamond Grille พร้อมไฟหน้า LED ทำงานอย่างเต็มรูปแบบพร้อมไฟ Daytime LED ในโคมเดียวกัน พร้อมกันชนหน้าออกแบบรับกับกระจังหน้าลงตัว

ด้านข้างติดตั้งราวหลังคาบิ๊วอิน เสาอากาศครีบฉลาม กรอบกระจกโครเมียม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้า ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ เสริมด้วย หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ Panoramic Sunroof กระจกมองข้างติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับเวลากลางคืน และระบบไล่ฝ้า

ด้านท้ายแบบเดียวกับรถยุโรปด้วยไฟท้าย LED แนวนอน (Signature Taillight Strip) ที่เชื่อมต่อเต็มความกว้างติดตรา CHERY แบบ ตัวอักษรบน กรอบป้ายทะเบียน พร้อมสปอยเลอร์หลัง
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าติดตั้งระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้ตัวรถเสริมความสบายในการขนถ่ายสัมภาระ กันชนหลังติดตั้งกรอบท่อไอเสียคู่สองฝั่งและกรอบลิ้นสปอยเลอร์กันชนหลังแบบโครเมียม ล้ออัลลอยลายเท่ทูโทนปัดเงาขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 จาก Continental

Dimension
- ความยาว 4,725 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,705 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,710 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 161 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,318 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

Interior & Convenience
หรูหราสไตล์ CHERY ด้วยชุดแผงคอนโซลหน้าติดตั้งจอแสดงผลแยก 2 ส่วนแบบลอยตัวทั้งมาตรวัดความเร็วดิจิทัล LCD 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ควบคุมระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อทุกรูปแบบชัดแบบ 2.5 K และในรุ่น ELITE 4WD มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า Head-up Display
พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ช่วยให้การประมวลผลและการสั่งการต่างๆในรถทั้งระบบความบันเทิงสั่งงานด้วยเสียงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังแสดงการทำงานของเครื่องปรับอากาศและการปรับทิศทางของเบาะนั่งรถ


พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงท้ายตัดแบบ multi-kinetic flat-bottom ปะตัวอักษร CHERY ชุดเกียร์จะอยู่ที่ด้านหลังบนคอพวงมาลัย ช่องแอร์แนวนอน 4 จุด ดีไซน์เท่ลงตัว คอนโซลกลางมาในแบบเชื่อมต่อติดกับคอนโซลหน้า มีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟน ที่ให้กำลังชาร์จไฟ 50W ชาร์จสมาร์ตโฟนจาก 20-80% เพียง 40 นาที

เบรกมือไฟฟ้าและ AUTO HOLD ปรับในจอ ช่องวางแก้ว ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารถึง 7 สี Ambient Light เครื่องปรับอากาศแยกส่วน 2 โซน พร้อมระบบกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ติดตั้ง ควบคุมคุณภาพเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ที่เก็บช่องพร้อมที่ท้าวแขนแบบมีฝาปิด 2 ฝั่ง พร้อมลำโพงจากแบรนด์ SONY 12 จุด

สบายแบบ 7 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าฝั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง คนนั่งปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง ติดตั้งระบบระบายอากาศเต็มรูปแบบ (Seat Ventilator) ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมเพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทางไกลด้วยระบบรองรับส่วนเอวแบบปรับไฟฟ้า (Lumbar Support) 4 ทิศทางสำหรับฝั่งคนขับ นอกจากนี้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของสุภาพสตรี (Queen Seat) ติดตั้งฟังก์ชันนวด 10 จุด สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ถึง 5 รูปแบบและที่รองน่องเพื่อที่สุดของความสบายและยังมีที่รองน่องเสริมความสบายไปอีกขั้น

เบาะนั่งตอนที่ 2 พับแบบ 60/40 สามารถปรับเลื่อนเบาะที่นั่งเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาได้อีก 40 เซนติเมตร กับตอนที่ 3 แบบ 50/50 เป็นแนวราบดัดแปลงเป็นเตียงขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่มาถึง 889-1,930 ลิตร

Performance & Transmission
ขุมพลัง CHERY Super Hybrid (CSH) ปลั๊กอินไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ KUNPENG 1.5 ลิตร SQRH4J15 ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 215 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) 18.4 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 358 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร
เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตัน วิ่งไกลในระบบปลั๊กอินไฮบริด (น้ำมันและไฟฟ้าทั้งระบบ) มีระยะทางขับรวมสูงสุด 1,200 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ในเวลา 6.8 นาที ปล่อยค่า CO2 เพียง 48 กรัมต่อกิโลเมตร

สามารถชาร์จได้ทั้งชาร์จ กระแสตรง DC 30-80% กำลัง 40 kW ภายใน 20 นาที และ ชาร์จกระแสสลับ AC กำลัง 6.6 kW เต็ม 8.5 ชั่วโมง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1-speed DHT Dedicated Hybrid Transmission มีโหมดการทำงานทั้ง ECO, Normal, Sport และเพิ่มมาอีก 3 โหมดสำหรับลุยทั้งโหมด Snow ,Mud, Off Road

Handling & Ride
ขับวันเดย์ทริปจากเมืองกรุงเทพฯไปจนถึงปทุมธานี แถวรังสิต-องครักษ์ ด้วยระยะทาง 129 กิโลเมตร ขับโหมดไฮบริด เครื่องทำงานราบเรียบสลับไปมาระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้าไม่กระตุกจากการออกตัวโดยระบบไฮบริดใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วย การขับขี่ปกติทำงานร่วมกัน เร่งแซงในจังหวะต่างๆมีกำลังต่อเนื่องโดยเครื่องยนต์เป็นพระเอกออกตัวแรงดั่งใจทันใจเร่งเร็ว
พอออกมาแถวรังสิต ปทุมธานี ได้ลองโหมด Sport เพิ่มกำลังในการแซงมากกว่าเดิมโดยเครื่องยนต์ติดขึ้นมาทันทีเพื่อปั่นไฟให้มอเตอร์ทำงาน ชะลอความเร็ว ใช้มอเตอร์และแบตเตอรี่ ทำงานเป็นหลักเพิ่มความประหยัดน้ำมันลดภาระเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

หากใช้งานแบบไฟฟ้าล้วนวิ่งไกลสุด 78 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) โดยลองขับสั้นๆใช้งานเฉลี่ย 1% ต่อ 1-2 กิโลเมตร มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) ปรับจากหน่วงน้อยไปถึงหน่วงมาก ความเร็วสูงสุดจากที่โรงงานเคลมไว้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่แอบขับไปทางตรงโล่งกลับทำได้ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้เป็นสามารถเฉพาะบุคคลห้ามลอกเลียนแบบ
ระบบเกียร์แม้เป็นสปีดเดียวเซดเกียร์มาดีราบรื่นในทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์มาเพื่อเน้นความประหยัดจริงๆโดยไม่กระทบในเรื่องความแรง

ช่วงล่างมาแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และ ด้านหลังมัลติลิงก์ นุ่ม หนึบ ไม่กระด้าง ซับแรงกระแทกได้เนียนๆ ไม่โยนตัวขณะเข้าโค้งเหมาะกับการเป็นรถสันทนาการเพื่อครอบครัวหรืองานธุรกิจรัดตัว พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนให้สมดุลกับช่วงล่างที่แม่นยำน้ำหนักดีควบคุมง่ายขึ้น แป้นเบรกตอบสนองได้แม่นยำ ช่วงเบรกหนักในทางตรงทำงานได้มั่นใจขึ้น
การเก็บเสียงนั่นเงียบตั้งแต่ 60-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยการบุวัสดุซับเสียงเพิ่มหลายจุดในพื้นที่เรียกว่าอภิรมย์สราญใจทุกการเดินทางแม้จะมีเสียงลมเข้ามาบ้างในช่วง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปิดท้ายอัตราสิ้นเปลืองจากหน้าจอเมื่อทำงานร่วมกันสลับกันบ้างทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ และแบตเตอรี่ ทำได้ 22.2 กิโลเมตรต่อลิตร

Safety & Feature
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Auto Emergency Braking (AEB)
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- เตือนก่อนเปิดประตู Door Opening Warning (DOW)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ป้องกันรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Prevention (LDP)
- ระบบฉุกเฉินช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Emergency Lane Keeping (ELK)
- แจ้งเตือนการจำกัดความเร็ว Speed Limit Information Function (SLIF)
- ช่วยความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Assist (ISA)
- เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA)
- ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Integrated Cruise Assistant (ICA)
- ปรับไฟสูงอัจฉริยะ Intelligent High-beam Control Headlamp (IHC)
- ตรวจจับความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ Driver Monitoring System (DMS)

ความปลอดภัยพื้นฐานมาครบ ทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 8 จุด (ทั้งคู่หน้า ด้านข้างผู้โดยสารตอนหน้า 2 จุด ม่านนิรภัย 2 จุด ใต้เข่าคนขับ 1 จุด ระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าและคนนั่ง 1 จุด) ถุงลมนิรภัยด้านข้างผู้โดยสารแถวที่ 2 รวม 10 จุด เซนเซอร์กะระยะการจอดรถด้านหลัง-ด้านหน้ามาให้
ตรวจวัดแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD) ช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA (Emergency Brake Assist) ลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก Brake Override System (BOS) เข็มขัดนิรภัยดึงกลับอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน (Pre-tensioned Seat Belt)
ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ Electronic Stability Program (ESP) ป้องกันการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control (HAC) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Down Control (HDC) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา ชัดแบบ HD

Verdict
รถเอสยูวีขนาดใหญ่ดีไซน์เรียบหรูแม้จะออกมาดผู้ใหญ่ไปนิดด้วยชุดแต่งโครเมียมรอบคันจนอยากให้มีอีกรุ่นเน้นตกแต่งสปอร์ตหวังกระชากใจครอบครัวจิตใจวัยรุ่น นอกจากจะเป็นรถขับสี่แล้วมั่นใจได้อีกกับ แผ่นใต้ท้องรถที่ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้าพิเศษความหนา 0.8 มิลลิเมตร พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติเพียง 2 มิลลิวินาที ทนทานต่อฝุ่น และน้ำด้วยมาตรฐาน IP68 รองรับการลุยน้ำลึกถึง 300 มิลลิเมตร เรียกว่าผจญน้ำท่วมหายห่วง
ออปชันติดรถให้มาครบครันครบถ้วนได้ลำโพง SONY มาเนื้อเสียงละเมียดละไม มีจอ HUD มาด้วย ความสบายของเบาะนั่งเป็นจุดเด่นเรียกคะแนนความสนใจไม่ว่าจะเบาะนั่งคู่หน้ามีระบบนวดช่วยผ่อนคลายรองนั่งขาสำหรับคนนั่งนี่ก็เพิ่มความสบายไปอีก เบาะนั่งตอนที่ 2 ปรับเลื่อน-เอนได้เพิ่มพื้นที่เหยียดขาเต็มเหนี่ยวส่วนเบาะตอน 3 นั้นผู้ใหญ่ร่างท้วมอาจไม่เหมาะแต่เด็กๆกับคนรูปร่างปกติอันนี้รับได้ พื้นที่หลังคามีเหลือๆ

พลังปลั๊กอินไฮบริดสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร กดเป็นมาๆ แรงเหลือๆ ไม่ว่าจะขับแบบไฮบริดหรือไฟฟ้าล้วนช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ นุ่ม ไม่กระด้างจัดว่าเป็นจุดขายได้ทันที และยังให้ Vehicle to Load (V2L) จ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 3.3 kW ช่วงปิกนิกกับครอบครัว
ด้วยราคาไม่ถึงล้านเพียง 999,000 บาท กับ 7 ที่นั่งทรงแก่ไปนิดแต่ข้าวของครบถ้วนพลังดีช่วงเด่นคุ้มค่าขนาดนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วกับ CHERY TIGGO 8 CSH ELITE 4WD












