NISSAN KICKS ROCK CREEK มาดเข้มลุยขายญี่ปุ่นคาดเริ่ม 8 แสน

นอกจากเปิดตัว Nissan KICKS e-Power เจเนอเรชันที่ 2 รหัส P16 แล้วยังเปิดตัวรุ่นแต่งพิเศษจากโรงงานออกมากับ NISSAN KICKS ROCK CREEK

NISSAN KICKS ROCK CREEK

Nissan KICKS ROCK CREEK สืบทอดความเท่ลุยไม่เกรงใจใครมาจากรุ่นพี่  Nissan X-TRAIL ROCK CREEK จากการพัฒนาโดย NISSAN MOTORSPORTS & CUSTOMIZING

แต่งหล่อทั้งคัน

ด้านหน้าปรับในส่วนชุดกันชนหน้าดีไซน์ใหม่มาในแบบทูโทนสีเดียวกับตัวรถสีดำเงาพร้อมคิ้วกันชนหน้าสีดำขลิบแดงลาวา 2 จุด ชุดกระจังหน้าสีดำเงาพร้อมแถบสีเงิน 3 ช่องด้านบน  ถึงจะซับซ้อนแต่ก็หรูหราพร้อมตราโลโก้ Nissan สีดำขลิบแดงลาวา การ์ดเสริมใต้กันชนหน้าสีเงินสีเงินขนาดใหญ่ขลิบแดงลาวา

ด้านข้างสีดำเงาทั้งชุดตั้งแต่ เสาอากาศครีบฉลาม กระจกมองข้างทรงสปูนตราสัญลักษณ์ ROCK CREEK คิ้วชายล่างประตูสีดำมีลาย ตราสัญลักษณ์ด้านท้ายสีดำ ROCK CREEK และ ล้ออัลลอยลายทูโทนขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 225/45R19

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแนวนอนขนาดใหญ่ ติดตรา นิสสัน ขนาดใหญ่ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รูปตัวซีขนาดใหญ่สี่ดวง พร้อมชุดไฟหน้า LED สามดวง บนขอบฝากระโปรง

ด้านข้างไม่เทอะทะอีกต่อไปกับหลังคารถทรงสปอร์ตลาดลงดูดีขึ้นพร้อมราวหลังคา มีกระจกมองข้างดีไซน์ใหม่แบบทรงสปูน คิ้วขอบล้อทรงใหญ่ เสา C กับ D ดูใหญ่ขึ้นคาดด้วยเส้นโครเมียมสีเงินติดตรา KICKS ที่กระจกเสา D และคิ้วชายล่าง

ด้านท้ายมาแนวเหลี่ยมดูดี ไฟท้าย LED สามดวง รูปตัวแอลแนวยาวรมดำ ในชุดฝาท้ายพร้อมสปอยเลอร์หลังกับกันชนหลังออกแบบใหม่ ตัวรถใหญ่จากพื้นฐาน CMF-B ตั้งแต่

  • ความยาว 4,365 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,800 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,610-1,615 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,655 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 1,430-1,590 กิโลกรัม
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 170 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร

ภายในเข้มสปอร์ต

Nissan KICKS ROCK CREEK

เพิ่มความเท่ด้วยเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำเดินด้ายสีแดงลาวา Lava Red  ติดตรา Rock Creek บนเบาะคู่หน้า พร้อมกันเหงื่อกันความชื้นซึม และกันน้ำไปในเบาะแบบ Tailor Fit™ และ Cell-Cloth®

แผงคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่ายหุ้มหนังสัมผัสสีดำเดินด้ายแดง จอคู่อยู่ในระดับเดียวกันตั้งแต่ชุดมาตรวัดดิจิทัลและจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay ไร้สายและ Android Auto พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านแบบท้ายตัด ลำโพงคุณภาพ Bose Personal Plus sound system 10 ตัว พิเศษเพิ่มลำโพงฝังที่หัวหมอนศีรษะฝั่งคนขับ Ultra Nearfield neodymium speakers

ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ช่องเสียบ USB Type-C กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key I-Key) พร้อมระบบ Immobilizer ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) เบาะนั่งด้านหน้าและพวงมาลัยแบบปรับความร้อนได้ เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ

e-Power เปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า 

e-Power เจเนอเรชันที่ 3 โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

จากเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร รหัส “HR14DDe” อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1  สำหรับปั่นไฟให้กำลัง 98 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 115 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า YM52 และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับขับเคลื่อนเมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,600-10,700 รอบต่อนาที แรงบิด 315 นิวตันเมตรที่ 0-2,700 รอบต่อนาทีในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า

และมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ “e-4ORCE” เครื่องยนต์เดียวกัน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า YM52 ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,600-10,700 รอบต่อนาที แรงบิด 315 นิวตันเมตรที่ 0-2,700 รอบต่อนาที เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง MM48 ให้กำลังสูงสุด 68 แรงม้าที่ 3,500-10,000 รอบต่อนาที แรงบิด 140 นิวตันเมตรที่ 0-3,300 รอบต่อนาที และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับขับเคลื่อน เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 455 นิวตันเมตร

มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction พร้อมโหมดการขับ ECO, Standard, Sport และ SNOW ในรุ่น e-4ORCE ระบบ e-Pedal ซึ่งใช้คันเร่งในการกดเร่งแซงและชะลอความเร็วในชุดเดียวกัน

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อใหม่ e-4ORCE ควบคุมได้สำหรับล้อทั้งสี่ ให้ความสมดุลในประสิทธิภาพที่ทรงพลังพร้อมรองรับการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ทำให้การขับขี่มีความสมดุลและมั่นคงด้วยพลังระดับรถสปอร์ตในพริบตา

พร้อมระบบ Pro PILOT เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติ สามารถหยุดและออกตัวได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระในการขับขี่บนทางด่วนและทางไกล รวมถึงลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี

โดยระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยป้องกันและปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หนึ่งในความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Nissan 360° Safety Shield

Nissan

Nissan KICKS ROCK CREEK เปิดราคาคาดการณ์เริ่มต้น 4,000,000-4,300,000 YEN หรือราว 817,000-879,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำมาขายในไทยราคารวมภาษีอยู่ที่ 1,534,000-1,649,000 บาท โดยเปิดตัวช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และขายจริงช่วงธันวาคม 2026ถึงกุมภาพันธ์ ปี 2027

 

ที่มา Carwatch

 


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts