ตลาดรถยนต์ของจีนมีเซอร์ไพรส์ให้เห็นตั้งแต่ต้นปี เมื่อค่ายรถที่ถูกคาดว่ากำลังมาแรง กำลังถูกท้าทาย บัลลังก์แชมป์ หลัง Geely แซง BYD ขึ้นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับยอดขายรถยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา BYD สามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดจีน โดยทำยอดขายรวมไปได้กว่า 4.6 ล้านคัน ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจเป็นราชาที่ไม่มีใครล้มได้ในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า สถานการณ์ต้นปีนี้อาจไม่เป็นแบบนั้น จากสถานการณ์ที่ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมในประเทศจีนที่ดูซบเซา สื่อจีนมีการเปิดเผยอันดับ ยอดขายประจำเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดย Geely เป็นม้ามืดที่พุ่งขึ้นมาทำยอดขายแซงหน้าแชมป์ปี 2568 อย่าง BYD ได้ขาดลอย
Geely ปาดหน้า BYD ขึ้นหัวตาราง
สื่อประเทศจีนมีการเปิดเผย ยอดขายเดือนมกราคม ปี 2569 บริษัท Geely สามารถแซงหน้า BYD ได้ทั้งยอดขายปลีกและยอดขายส่ง โดยมียอดขาย 210,000 และ 270,000 คัน ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าอันดับสองเกือบ 80,000 และ 60,000 คัน
แม้ในปีที่ผ่านมา BYD จะเป็นแบรนด์ยอดขายสูงสุดในจีน แต่ในเดือนมกราคม 2569 ยอดขายรถยนต์ที่นั่ง ในประเทศของค่าย ร่วงหนักถึงกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยดิ่งลงประมาณ 200,000 คัน เหลือเพียง 94,000 คัน
อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ของตลาดประเทศจีน ถือว่ามีการชะลอตัวลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมียอดรวมประมาณ 1.544 ล้านคัน ลดลงประมาณ 13.9% จึงอาจกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้ค่ายรถอื่นสามารถทำยอดแซง BYD ได้
ตาราง 10 อันดับ ยอดค้าปลีกรถยนต์จีน เดือนมกราคม 2569
| อันดับ | ค่ายรถยนต์ | ยอดค้าปลีก (คัน) | อัตราเปลี่ยนแปลง YoY (%) |
| 1 | Geely | 210,000 | -12.6% |
| 2 | FAW-Volkswagen | 132,000 | -3.5% |
| 3 | BYD | 94,000 | -53.0% |
| 4 | SAIC-Volkswagen | 90,000 | -9.3% |
| 5 | Changan | 81,000 | -33.5% |
| 6 | Chery | 78,000 | -41.0% |
| 7 | FAW-Toyota | 65,000 | +8.3% |
| 8 | GAC-Toyota | 64,000 | +0.3% |
| 9 | HIMA (Huawei) | 58,000 | +65.5% |
| 10 | BMW Brilliance | 51,000 | -3.9% |
วิเคราะห์สาเหตุ ทำไม Geely ขึ้นเป็นผู้นำใหม่?
สำหรับในเดือนมกราคม ตลาดรถยนต์ประเทศจีนอยู่ในจังหวะปรับตัว ทั้งด้านกำลังซื้อและโครงสร้างพลังงาน ซึ่งความได้เปรียบอาจอยู่ที่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จึงทำให้ Geely แซงหน้า BYD ได้ โดยสามารถวิเคราะห์ได้จาก
- ความหลากหลาย: สำหรับค่าย Geely มีทั้งแบรนด์หลักและแบรนด์ในเครือหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นรถเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด รถไฟฟ้า EV รวมถึงแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Zeekr และ Galaxy ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการซื้อมากกว่า
- ความยืดหยุ่น: กลยุทธ์ multi-powertrain ทำให้ Geely กระจายความเสี่ยงได้ดี เมื่อความต้องการรถไฟฟ้ามีการชะลอตัวลง จากการเปลี่ยนมาตรการภาษีและแรงกดดันด้านราคา ค่ายที่ยังมีสัดส่วนรถไฮบริดและสันดาปควบคู่กัน จึงได้เปรียบกว่า
- เทคโนโลยีดึงดูดคน: อีกจุดที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์คือการมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ฟังก์ชันการเชื่อมต่อในรถที่ทันสมัย หรือแม้แต่การเปิดตัวรุ่นใหม่แบบสม่ำเสมอ ทำให้แบรนด์ดูไม่น่าเบื่อและรักษาความน่าสนใจไว้ได้ตลอด
โดยคาดว่าในปี 2569 Geely จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 1 – 2 รุ่น ในทุกไตรมาส และมีการตั้งเป้าทำยอดขายต่อปีอยู่ที่ 3.45 ล้านคัน
สตาร์ทอัพใหม่มาแรง
ในขณะที่ค่ายใหญ่กำลังต่อสู้กันหนัก ค่ายหน้าใหม่ก็เริ่มสอดแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว โดย HIMA พันธมิตรรถพลังงานใหม่ของ Huawei สามารถทำยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 65.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทะลุเข้าสู่ 10 อันดับ ได้เป็นครั้งแรกเป็นอีกสัญญาณว่าตลาดจีนไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคา แต่แข่งกันเรื่องเทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะด้วย
ยอดขายส่ง เดือนมกราคม 2569
ขณะที่ยอดขายส่ง หรือจำนวนรถที่โรงงานส่งไปยังดีลเลอร์รวมถึงตัวแทนจำหน่ายของประเทศจีน ในเดือนมกราคม 2569 มียอดรวม 1.168 ล้านคัน คิดเป็นเกือบ 60% ของปริมาณการค้าส่งทั้งหมด
โดย Geely ยังคงครองอันดับ 1 สำหรับตารางนี้ด้วย ซึ่งมียอดขายรถยนต์ถึง 270,000 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และถ้าหากนับรวมค่ายใหญ่ของจีนอย่าง Geely, BYD และ Chery จะพบว่า 3 ค่ายนี้ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 30% ของยอดค้าส่งทั้งหมด
ตาราง 10 อันดับ ยอดขายส่งตลาดรถยนต์จีน เดือนมกราคม 2569
| อันดับ | ค่ายรถยนต์ | ยอดขายส่ง (คัน) | อัตราเปลี่ยนแปลง YoY (%) |
| 1 | Geely | 270,000 | +1.3% |
| 2 | BYD | 206,000 | -30.7% |
| 3 | Chery | 194,000 | -12.0% |
| 4 | FAW-Volkswagen | 128,000 | -15.5% |
| 5 | Changan | 102,000 | -36.4% |
| 6 | SAIC-Volkswagen | 85,000 | -10.5% |
| 7 | GAC-Toyota | 63,000 | -12.5% |
| 8 | Tesla China | 61,000 | -15.3% |
| 9 | SAIC-GM-Wuling | 60,000 | -40.0% |
| 10 | BMW Brilliance | 55,000 | -3.5% |
สถานการณ์ตลาดประเทศจีน
จากภาพรวมต้นปี 2569 ตลาดรถยนต์จีนยังอยู่ในโหมดชะลอตัว แม้การแข่งขันจะยังเข้มข้น แต่กำลังซื้อภายในประเทศไม่ได้เร่งตัวเหมือนช่วงก่อนหน้า ทำให้ยอดขายรถยนต์ของหลายค่ายต่ำกว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด
- ตลาดโดยรวมยังซบเซา แม้แบรนด์ใหญ่เดินหน้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่และใส่เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภค
- รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศต้องรับแรงกดดันจากการปรับมาตรการสนับสนุนและประเด็นภาษี ส่งผลให้ยอดขายช่วงต้นปีของหลายค่ายต่ำกว่าปีก่อน
- สงครามราคาเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บางแบรนด์ต้องบริหารสต็อกที่มีอยู่ก่อนการเร่งยอด
- การส่งออกและการขยายตลาดต่างประเทศอาจเป็นทางเลือกที่ดี เพื่อพยุงยอดขายรวมและสร้างรายได้ให้แบรนด์ภายในปี
ภาพรวมปี 2568
ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์จีนยังคงมีการแข่งขันสูง แม้บางค่ายทำได้ไม่ถึงเป้า แต่หลายแบรนด์ก็ยังคงสามารถเติบโตได้จากรถพลังงานใหม่
5 อันดับยอดขายรถยนต์ประเทศตลอดปี 2568
| อันดับ | ค่ายรถยนต์ | ยอดขายรวมปี 2568 (คัน) | เป้าหมายที่ตั้งไว้ (คัน) | % ต่อเป้าหมาย |
| 1 | BYD | 4,602,436 | 5,500,000 | 83.6% |
| 2 | Geely | 3,024,567 | 3,000,000 | 100.8% |
| 3 | Chery | 2,631,381 | 2,500,000 | 105.2% |
| 4 | Changan | 2,168,000 | 2,800,000 | 77.4% |
| 5 | Tesla China | มากกว่า 600,000 | 700,000 | 85% |
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในเดือนมกราคม 2569 ยอดขายในประเทศจีนอาจดู น่าเป็นห่วงสำหรับบางค่าย แต่ถึงอย่างนั้น ในปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์จีนก็ยังสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ถึงขนาดครองส่วนแบ่งของ ตลาดส่งออกโลก ได้ถึง 35.6% ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
อ่านต่อได้ที่ : จีนกำลังยึดครองโลกยานยนต์
สำหรับค่ายที่น่าจับตามองอย่าง Tesla China แม้จะเจอกระแสรถจีนกลบไปบ้าง แต่ก็ยังคงทำยอดขายส่งได้ถึง 69,000 คัน เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีการส่งออกรถจากโรงงาน Gigafactory ในเซี่ยงไฮ้เป็นหลัก ซึ่งช่วยประคองสถานการณ์ในวันที่ตลาดในประเทศจีนมีการแข่งขันที่ดุเดือด
ข้อมูลจาก : carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












