กลุ่มรถอีวีพรีเมียมร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ MG เปิดตัว MG IM5 งานนี้มาท้าชกโดยตรงกับคู่แข่งจากฝั่งอเมริกาอย่าง Tesla Model 3 เป็นแน่แท้

ครั้งนี้ Car2Day จับ 2 อีวีพรีเมียมมา Face 2 Face กันกับ MG IM5 Premium Long Range และ Tesla Model 3 Long Range RWD ซึ่งทั้ง 2 รุ่นเป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง
Design & Exterior

MG IM5 Premium Long Range จำหน่ายในจีนตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และขายหลายประเทศจนมาถึงเมืองไทย



หน้าตามีกลิ่นไอสไตล์ยุโรป เริ่มที่กระจังหน้าทรงทึบดีไซน์ใหม่ออกแบบคิ้วชายล่างต่อเนื่องชิ้นเดียวรวมถึงคิ้วมุมกันชนหน้าซ้าย-ขวารูปตัว C ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED รูปตัวแอลมาแบบรมดำ
ด้านข้างเท่ด้วย หลังคากระจกพาโนรามิก กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวกระจกรถแบบไร้กรอบ Frameless แบบโอเปร่า ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) คิ้วชายล่างประตูสีดำ
ไฟท้าย LED รมดำดีไซน์รูปตัวเอยาวจากซ้ายไปขวารับกับฝาท้ายมีสปอยเลอร์ในตัวพร้อมฝาท้ายไฟฟ้าแบบมีระบบ เตะเปิดอัตโนมัติ โดยเปิดท้ายคล้ายรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ขนาดยางหน้า 245/40 R20 และขนาดยางหลัง 275/30 R20 จาก PIRELLI P-ZERO คันนี้มาในร่างซีดานท้ายลาด โหลดตัวให้เตี้ยลงเพื่อเน้นความเป็นเก๋ง

ทางด้าน Tesla Model 3 Long Range RWD หน้าตาเดียวกันที่เคยปรับโฉมไปเมื่อปี 2024 ด้วยกันชนหน้าทรงเข้มดุดันกว่ารุ่นอื่นๆ ล้อ Photon ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/45R18 ฝาท้ายและลิ้นสปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ในชุดกันชนหลัง

ไฟหน้า Full LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED ออกแบบอย่างลงตัวรับกับกันชนหน้า ช่องระบายอากาศยังอยู่ในตำแหน่งเดิมเน้นเรียบง่าย รับกับฝากระโปรหน้าโค้งมน เส้นสายด้านข้างเรียบง่ายและหรูหรา หลังคาท้ายลาดในสไตล์รถ Fastback มือเปิดประตูเป็นแบบราบเรียบเนียนกับตัวถังรถด้านท้ายออกแบบใหม่ทั้งกะปิตั้งแต่ไฟท้าย LED รูปตัว C ดีไซน์รับกับฝาท้ายและกันชนหลัง
Dimension


จากตารางดังกล่าวเห็นชัดเจนแล้วว่า MG IM5 Premium Long Range ได้เปรียบ Tesla Model 3 Long Range RWD เกือบทุกมิติอย่างชัดเจนไม่ว่าจะความยาวยาวกว่า Tesla 211 มิลลิเมตร กว้างกว่า Model 3 27 มิลลิเมตร สูงกว่า Model 3 43 มิลลิเมตร
ฐานล้อยาวกว่า 75 มิลลิเมตร และ น้ำหนักรถมากกว่าา 388 กิโลกรัม ยกเว้นระยะต่ำสุดจากพื้นที่ IM5 เสียเปรียบ Model 3 เพียง 8 มิลลิเมตร
Interior & Convenience

ภายในของ MG IM5 คล้ายกับ MG IM6 แต่ปรับเล็กน้อยให้เข้ากับความเป็นเก๋งตั้งแต่ คอนโซลหน้ามีจอลอยตัวแบบ Intelligent Immersive Touch Screens 2 จอขนาดใหญ่ มีทั้งหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลรวมกันขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่าง ๆ ภายในรถ เชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย
ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด ดีไซน์คอนโซลหน้าเน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุ Soft Touch ที่วางแก้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง

รองรับการชาร์จแบบไร้สายกำลังไฟสูงสุด 50 วัตต์ (Wireless Charger) ลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด 7.1.4 Spatial Audio ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด พร้อมเทคโนโลยี Road Noise Cancellation(RNC) ช่วยลดเสียงรบกวน ต่างๆ Interactive Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนได้ 256 เฉดสี
กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่พักแขนตอนกลาง พร้อมกล่อง cooling box
มีระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมการ์ด NFC สำหรับแปะเพื่อล็อกและปลดล็อกตัวรถ เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)


ให้ความนุ่มนวลและสบายในทุกที่นั่งด้วยเบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง พร้อมสัมผัสพรีเมียมโดยหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน
เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 พื้นที่สัมภาระด้านท้ายมีความจุ 457 ลิตร และ 1,290 ลิตรกรณีพับเบาะพร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมที่ท้ายรถได้อีก 69 ลิตรและเบาะนั่งหน้าฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้าเอนเบาะได้สุด 121 องศาและพนักพิงเบาะนั่งหลังเพิ่มมุมอีก 19-37 องศาพร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ ที่สะท้อนความเรียบหรูและทันสมัยในทุกมิติ
เพิ่มเติมความพิเศษด้วย IM MAG HUB อุปกรณ์เสริมติดแม่เหล็กภายในตัวรถ เพื่อใช้ติดตั้งแอคเซสเซอรี่ต่าง ๆ อาทิ โคมไฟ กระจกแต่งหน้า ไฟอ่านหนังสือ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์เฉพาะจาก SAIC เพื่อครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานรถอย่างแท้จริง พร้อม ความจุช่องสัมภาระด้านหน้า 18 ลิตร


Tesla Model 3 เท่ล้ำด้วยชุดแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่เรียบง่ายกว่าเดิมพร้อมชุดแต่งแผงคอนโซลหน้านแนวนอน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านติดตราโลโก้ตัวอักษร TESLA แทนโลโก้ตัวทีควบคุมแบบ Joy Stick 2 ปุ่มช่วยลดความยุ่งยากในการขับขี่
ผู้ขับขี่สามารถคลิกเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญต่างๆ เช่น สัญญาณไฟเลี้ยวและไฟสูง นอกจากนี้ ตัวควบคุมทางฝั่งด้านซ้ายยังสามารถปรับโหมดการเร่งความเร็ว ความสว่างหน้าจอ และการตั้งค่าอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

จอสัมผัสขนาดใหญ่ออกแบบใหม่ใหญ่ขึ้น 15.4 นิ้วที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของตัวรถทั้งคันไว้ในจอเดียวเป็นทั้งระบบความบันเทิง การนำทาง และเครื่องปรับอากาศ รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติ Over-the-air ผ่านทางดาวเทียมจะคอยอัปเกรดฟังก์ชันคุณสมบัติ การทำงานต่างๆ และประสิทธิภาพใหม่ตลอดเวลา

เพิ่มจอหลังขนาด 8 นิ้วรองรับความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมโหมดสนามแข่ง V3 ปรับเทียบใหม่หมดสำหรับระบบส่งกำลังและระบบกันสะเทือนแบบปรับได้เพื่อให้คุณควบคุมรถได้ตามใจนึกมากขึ้น
เพิ่มไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร หรือ Ambient Light เบาะนั่งหนังแท้แบบเจาะรูพร้อมเป่าอุ่นเบาะในตัว และกระจกเป็นแบบลดเสียงรบกวน Acoustic Glass หนา 2 ชั้น
พร้อมลำโพงคุณภาพ 9 จุด รวมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟายเออร์คู่ เพื่อไดนามิกของเสียงภายในที่เทียบได้กับสตูดิโอบันทึกเสียง แท่นชาร์จมือถือไร้สาย หลังคาแก้วแบบพาโนรามิกที่กว้างช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะป้องกันรังสียูวี แป้นเหยียบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อเพิ่มความลงตัว เบาะนั่งทรงสปอร์ตใหม่ พื้นที่เก็บสัมภาระ 682 ลิตร พร้อมพื้นที่สัมภาระด้านหน้า 88 ลิตร
Performance

จากตารางดังกล่าวเห็นชัดเจนแล้วทั้ง 2 รุ่นมีความเด่นด้อยแตกต่างกันโดย MG IM5 (แรงดันสูงถึง 875V) ได้เปรียบ Tesla Model 3 (แรงดันสูงถึง 355V) ตรงที่ ความจุแบตเตอรี่ แรงม้า แรงบิด อัตราเร่งและความเร็วสูงสุด ที่โดดเด่นกว่า TESLA แต่มาพลาดท่าที่ระยะวิ่งไกลเมื่อเทียบกับมาตรฐาน NDEC ด้วยกัน Tesla กลับมากกว่าถึง 882 กิโลเมตร แม้เป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังทั้ง 2 รุ่น

MG IM5 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไออนแบบ NCM มาพร้อมการชาร์จแบบ DC Fast Charge 10–80% ภายใน 18 นาที กำลังไฟสูงสุด 396 kW และ AC กำลังไฟสูงสุด 11 kW
พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและระบบรองรับขั้นสูงโหมดขับขี่ 5 แบบ Eco, Comfort, Sport, Custom, Super Eco ดึงไฟสำรองให้วิ่งเพิ่มได้ 80 กิโลเมตร มีระบบ Cooling System ลดความร้อน 15°C ภายใน 30 วินาที
ระบบกู้คืนพลังงาน (Kinetic Energy Recovery System) KERS ได้ถึง 2 ระดับ กับ Vehicle to Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW ในขณะที่ Tesla ต้องใช้ V2L ผ่าน Tesla adapter

ด้านการชาร์จสำหรับ Tesla มีสองแบบชาร์จแบบ DC กระแสตรง รองรับการชาร์จสูงสุด 250 kW ได้นานถึง 15 นาทีเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 282 กิโลเมตร ส่วนชาร์จแบบกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW 8.15 ชั่วโมง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1-speed fixed gear
ความโดดเด่นอีกอย่างของ MG IM5 นั่นคือ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ โดยด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link พร้อมช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ (Intelligent Air Suspension) สามารถปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับความสูงปกติ (Standard) ปรับเตี้ยลง 5 เซนติเมตร และปรับสูงขึ้น 2 เซนติเมตร ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน จาก Continental
มีระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) พร้อมระบบช่วยในการถอยจอดข้างทางด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ พร้อมปรับระยะห่างจากขอบทางตามที่กำหนดโดยอัตโนมัติ (One Touch Curbside)
ฟังก์ชัน Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกัน เพื่อทำการเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัดได้ง่ายยิ่งขึ้น พวงมาลัยไฟฟ้าให้รัศมีวงเลี้ยว 4.99 เมตร ทำให้ขับเลี้ยวและเข้าออกในพื้นที่แคบได้อย่างง่ายดาย
Safety ADAS


ด้านระบบความปลอดภัยในส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ให้เท่าๆกันเพียงแต่ MG IM5 ในส่วนระบบ Auto Parking ให้มาเป็นมาตรฐานเพียงแต่ Tesla ต้องซื้อแพ็คเก็จเพิ่มเท่านั้น
Pricing

MG IM5 Premium Long Range จำหน่ายในราคาปกดิ 1,549,900 บาทแต่ในช่วงงาน Motor Show 2026 ถึง 5 เมษายน ลดราคาลงจากเดิม 100,000 บาท เหลือ 1,499,900 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน กับ รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

Tesla Model 3 Long Range RWD จำหน่ายในราคา 1,599,000 บาท พร้อมการรับประกันรถยนต์พื้นฐาน 4 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
Verdict

ด้วยราคาพิเศษเพียง 1,499,900 บาท ทำให้ MG IM5 Premium Long Range กลายเป็นจุดสนใจของสาวกอีวีขึ้นมาทันทีด้วยรูปลักษณ์ ความทันสมัย กำลังอีวีที่โดดเด่นกว่า รวมถึงความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่มีกันมากว่า 10 ปี และศูนย์บริการที่มากกว่า Tesla
แต่ด้วยความเป็นสารตั้งต้นในความไฮเทคจนค่ายรถอีวีหลายค่ายทำตามนั่นคือฟังก์ชันต่างๆไปอยู่ในจอสัมผัสขนาดใหญ่ปรับการทำงานลื่นไหลและด้วยความทันสมัยกว่า Tesla ได้เปรียบกับส่วนต่าง 99,100 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการ ความชอบไม่ชอบของตัวคุณในการเลือกเพื่อมาเป็นรถคู่ใจงานนี้รักใครชอบใคร ตัดสินใจกันอย่างละเอียดและถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้มาเคืองขุ่นกันภายหลัง











