LEXUS IS 2026 ปรับโฉมหน้าที่ 4 ปรับอีกครั้งในรอบ 12 ปี ร่างเจเนอเรชันที่ 3 แซยิดจนโมลแตกกันไปข้างล่าสุดเปิดตัวและราคาที่งาน Bangkok Motor Show

การปรับโฉมครั้งนี้ของ LEXUS IS 2026 ปรับครั้งใหญ่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นๆตั้งใจชน BMW 3 Series และ Mercedes-Benz C-Class ในรหัส XE30
ภาพลักษณ์ใหม่เน้นสปอร์ต
ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Unified Spindle คล้ายรุ่น LBX และ LM ส่วนบนแบบมีคิ้วเสริมไฟหน้า LED 3 ดวง ย้ายตำแหน่ง Daytime Running Lights แบบ LED รูปทรงตัว L อยู่ในโคมเดียวกัน พร้อมไฟเลี้ยววิ่ง Sequential Turning Lamps
กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตเข้ม ด้านข้างคงเดิมทั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ทรงสปูน ที่จับประตูดึงก้าน เสาอากาศครีบฉลาม
ด้านท้ายดีไซน์เดิมด้วยไฟท้ายแนวยาวแบบ LED อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหลังออกแบบลิ้นสปอยเลอร์หลังใหม่พร้อมท่อไอเสียคู่ออกสองฝั่ง เปลี่ยนมาใช้ตราสัญลักษณ์ด้านท้ายแบบตัวอักษร LETTERING แทนโลโก้ และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้วลายใหม่สีเมทาลิกเข้มพร้อมยางหน้า 225/40R18 และยางหลัง 255/35R18
แนะนำรุ่นหล่อ F Sport มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังใหม่ที่ช่วยลดแรงยกของท้ายรถโดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศจากใต้พื้นรถไปยังด้านท้ายรถ ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างราบรื่น
ระบบช่วงล่างมาพร้อมล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่สีดำเมทัลลิกเงาดีไซน์ดุดันด้วยซี่ล้อบาง พร้อมยาง 235/40R19
นอกจากนี้ยังมี LEXUS IS F Sport แต่งเต็มเร้าใจกว่าด้วยล้ออัลลอย ฟอร์จขนาด 19 นิ้วสีดำ มาพร้อมยางหน้า 235/40R19 และและยางหลัง 265/35R19 มีคาลิเปอร์เบรกสีแดงพร้อมโลโก้ LEXUS โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,720 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,435 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,575-1,605 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 66 ลิตร
ภายในใหม่หมด


ภายใต้แนวคิด TAZUNA COCKPIT เน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ใช้ได้งานอย่างเป็นธรรมชาติเริ่มที่แผงคอนโซลหน้าใหม่ทั้งแผงเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังแบบใหม่ จอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้น 12.3 นิ้ว รองรับ Apple Carplay และ Android Auto ให้เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่น มาตรวัดความเร็วสีแบบ TFT LCD ขนาดใหม่ 12.3 นิ้ว แสดงผลกราฟิกที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย
นำวัสดุการตกแต่งจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุเอกลักษณ์เฉพาะเข้ากับแผงตกแต่ง “Forged Bamboo” ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ในตำแหน่งด้านบนของแผงคอนโซลและขอบสวิตช์ปุ่มสตาร์ทเงาอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากเส้นใยไม้ไผ่ที่ทอเข้ากับวัสดุช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ปราดเปรียว และสปอร์ต โดยเป็นวัสดุที่ต่อยอดมาจากแนวคิด “Bamboo CMF Concept”


เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังกลับ Ultrasuede ลวดลายพิเศษช่วยเสริมให้มีสไตล์โดดเด่นซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ โดยสเปกญี่ปุ่นได้โทนสีภายในเป็นสี “PROMINENCE” โดยได้แรงบันดาลใจจากเปลวไฟสีแดงที่ปกคลุมดวงอาทิตย์ มุ่งเน้นการตกแต่งภายในที่ดุดดันและสปอร์ต ส่วนรุ่น F Sport ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังกลับ อัลตร้าซูเอด โทนสีดำสลับแดง อันเป็นเอกลักษณ์ประจำรุ่น
ติดตั้งไฟส่องสว่างเส้นแนวนอนในส่วนกลางของชุดแผงคอนโซลหน้า ใต้แผงสวิตช์แอร์ ใต้พื้นวางเท้าทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งคู่หน้า และมีไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light ให้เลือกถึง 14 สี และอีก 50 สีสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ

พร้อมลำโพงขั้นเทพจาก Mark Levinson 7 จุด ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการจัดวางลำโพงและปรับแต่งคุณภาพเสียงให้เหมาะสมที่สุด มอบความรู้สึกสบายและเต็มอิ่ม ถือเป็นอุปกรณ์เสริมจากโรงงาน และลำโพงมาตรฐาน Lexus Premium Sound 10 จุดเป็นออปชันมาตรฐาน พร้อมที่เสียบชาร์จ USB Type-C 2 จุด ที่ด้านหน้าของคอนโซลกลาง และ 2 จุดสำหรับด้านหลัง
ปรับตำแหน่งที่ชาร์จมือถือไร้สายใหม่อยู่หน้าคอนโซลเกียร์แบบ Gen5 (มาตรฐานการชาร์จ: Qi) ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับสมาร์ทโฟนได้หลากหลายพร้อม ไฟส่องสว่างที่วางแก้วน้ำ
ขุมพลังฟูลไฮบริด

สเปกไทยจำหน่ายเฉพาะฟูลไฮบริดด้วยเบนซิน Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FSE ให้พลังแรง 181 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 4,200-5,400 รอบต่อนาที ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 1KM แรงม้าอยู่ที่ 143 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตรและแบตเตอรี่ Nickel Metal Hydride
เมื่อทำงานร่วมกันจะได้แรงม้ารวมสูงถึง 223 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.7 วินาที ผ่านมาตรฐาน EURO 6 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT รหัส L210 ขับเคลื่อนล้อหลัง

ปรับปรุงในส่วนของระบบบังคับเลี้ยวทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) เพื่อให้เสถียรภาพของรถดีขึ้นจากการใช้มอเตอร์แรงเฉื่อยต่ำมาใช้ และเปลี่ยนจากแบบแร็คโคแอกเชียลทั่วไปเป็นแบบแร็คขนานทำให้มุมเลี้ยวลดลงส่งผลให้สาวพวงมาลัยสบายยิ่งขึ้น
ช่วงล่างแปรผันแปรอัตโนมัติ (AVS) นำแอคชูเอเตอร์โซลินอยด์เชิงเส้นในตัวพัฒนาใหม่มาใช้ แทนแอคชูเอเตอร์แบบขั้นบันไดทั่วไป ทำให้การตอบสนองแรงหน่วงดีขึ้นถึง 4 เท่าเพื่อการขับขี่ที่คมขึ้น พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบนและด้านหลังแบบมัลติลิงก์

Lexus Safety System+ 3.0 ปรับปรุงใหม่และเพิ่มใหม่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกเส้นทางให้กับทุกรุ่นด้วย
- ป้องกันก่อนการชน Pre-Collision System (PCS)
- ช่วยรักษาช่องทางเดินรถ Lane tracing Assist (LTA)
- ช่วยเตือนจุดบอดช่วยเตือนขณะถอยรถ Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเบรกขณะถอยจอด Parking Brake Assist System (PKSB)
- ควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะถึงจุดหยุดนิ่ง All-Speed Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยจอด Parking Assist System
เสริมแรงเบรกขณะเข้าโค้ง Active Cornering Assist (ACA) ควบคุมการทรงตัวของรถ Vehicle Stability Control (VSC) ป้องกันการลื่นไถล Traction Control (TRC) ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก Anti-lock Brake System (ABS)

กระจายแรงเบรกไฟฟ้า Electronic Brake Force Distribution (EBD) ช่วยเบรก Brake Assist System (BA) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist Control (HSA) เตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Warning ถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 จุด และกล้องรอบคัน
LEXUS IS 2026 มาพร้อมความมั่นใจสูงสุดกับโปรแกรม Lexus Exclusive Package (LXP) ที่ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง บริการเลขาส่วนตัว และยังครอบคลุมค่าบำรุงรักษารถยนต์ตลอด 5 ปี ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว จำหน่ายในไทยด้วยรุ่น IS 300hถ ถึง 2 รุ่นย่อยในราคาดังนี้
- Luxury ราคา 2,799,000 บาท
- F SPORT ราคา 3,099,000 บาท*
* สำหรับ F SPORT MOONROOF เพิ่ม 50,000 บาท










