หลังเปิดตัวพร้อมกับเมืองไทยเมื่อ 5 มีนาคม สำหรับ Honda Insight ชื่อใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่นของ Honda e:N2 โดยล่าสุดเปิดราคาขายแล้ว
Honda INSIGHT 2026 เป็นเจเนอเรชันที่ 4 นำพื้นฐานของ Honda e:N2 ที่ขายไทยมาเปลี่ยนชื่อเพื่อตอบโจทย์ชาวญี่ปุ่นรวมถึงเปลี่ยนมาเป็นไฟฟ้าล้วนจากเดิมเคยเป็นฟูลไฮบริด
สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback

เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง
กระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงและมือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน และ ช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรก พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50R18
โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สามดวงใหญ่ พร้อมไฟ Daytime LED เป็นรูปตัว H ลากยาว ประกบด้วยตรา H ในชุดกันชนหน้าแบบมีสเกิร์ตในตัว ไฟท้าย LED รูปตัว H พร้อมกันชนหลังมีครีบ 5 เส้นตรงกลางแบบสปอร์ตพร้อมสเกิร์ตในตัว พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F จากพื้นฐาน Honda e:NS2 ด้วยมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,788 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,838 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,570 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,733 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 142 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,762 กิโลกรัม

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม มอบความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน
เบานั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมบันทึก ตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) และคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะนั่งคู่หน้ามาแบบเบาะเย็น พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวันพับเแบบ 60:40

ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เชื่อมต่อทุกประสบการณ์การใช้งาน ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย


ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวาพร้อมฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster และช่องแอร์ด้านหลัง พร้อมกรองฝุ่น PM2.5 ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
มาพร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของค่าย กับ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัส
ขุมพลังไฟฟ้า 100%

พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าประสิทธิภาพสูง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) หรือ 535 กิโลเมตร (WLTC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาด 68.8 kWh
มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง
อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด ทั้ง ECON / NORMAL / SPORT / SNOW เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง ชาร์จได้ทั้งชาร์จกระแสตรง DC CHAdeMO และ ชาร์จกระแสสลับ AC

จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุมการใช้งาน
- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI)
- เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM)
ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) กล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS) เซนเซอร์กะระยะ (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด) แจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS) ถุงลมนิรภัย SRS รอบคันทั้ง คู่หน้า ด้านข้างคู่หน้า ม่านนิรภัยและครั้งแรกของค่ายกับ และถุงลมกลางด้านหน้า ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)

ป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS) ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ (Auto Door Lock By Speed)
กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA) อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK) เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ตำแหน่ง โดยคู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้

Honda INSIGHT หรือ Honda e:N2 นำเข้าจากจีนประกอบที่โรงงาน Dongfeng Honda เปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 5,500,000 YEN หรือราว 1,106,000 บาท
ขาย 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่นปกติและรุ่นแต่งพิเศษ Honda ON ที่มี 2 สีภายนอกทั้งขาวและดำ ตกแต่งภายในสีขาวอ่อน แต่ว่า 2 รุ่นย่อยนำเข้ามาขายเพียง 3,000 คันเท่านั้นมาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
- สีเทาสเลท Slate Gray Pearl (มุก)
- สีดำคริสตัล Crystal Black Pearl (มุก)
- สีขาวไดมอนด์ดัสต์ Diamond Dust Pearl (มุก)
- สีเขียวอ่อน อควา โทเปซ Aqua Topaz Metallic II
- สีน้ำเงินออบซิเดียน Obsidian Blue Pearl (มุก)
ที่มา HONDA










