หลังจากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณจุดตัด ทางข้ามรถไฟ อโศก-เพชรบุรี จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด ขสมก. ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษลงพื้นที่ คุมเข้มรถโดยสารประจำทาง ห้ามจอดคร่อมรางรถไฟเด็ดขาด โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนที่การจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกครั้ง

ขสมก.ส่งสายตรวจพิเศษ คุมเข้มจุดตัดทางรถไฟ
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษลงพื้นที่ เพื่อคอยสังเกตการณ์ ดูแลและควบคุมรถโดยสารประจำทางทุกสาย ไม่ให้จอดคร่อมจุดตัดทางรถไฟในช่วงที่กำลังจะมีรถไฟวิ่งผ่าน หลังมีอุบัติเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้นบริเวณทางข้ามรถไฟย่านอโศก-เพชรบุรี ซึ่งกลายเป็นจุดที่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นในช่วงนี้

ย้อนเหตุการณ์ร้ายแรง รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 บริเวณทางข้ามรถไฟ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เกิดอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 32 ราย

กำชับรถโดยสาร ห้ามจอดคร่อมราง หยุดหลังเส้นเหลือง
นายวงค์มณี มณีวงษ์ เจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ขสมก. เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่เข้ามาดูแลการจราจรบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี พร้อมกำชับพนักงานขับรถโดยสารทุกสายที่ใช้เส้นทางนี้ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่รถติดสะสมจากแยกอโศก พร้อมย้ำว่า ห้ามจอดรถคร่อมบนทางรถไฟเด็ดขาด หากเห็นว่าไปต่อไม่ได้ ให้หยุดรถอยู่หลังเส้นเหลืองเพื่อความปลอดภัย
พร้อมยอมรับว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนมีรถจำนวนมาก ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ ที่พยายามเร่งทำเวลาจนเกิดการเบียด และทำให้หลายจังหวะมีรถติดค้าง ต่อแถวยาวบริเวณจุดตัดทางรถไฟ
อย่างไรก็ตาม ขสมก. ได้สั่งการและกำชับพนักงานขับรถทุกคนอย่างต่อเนื่องว่า เมื่อผ่านจุดตัดต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือน และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพราะอาจมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านได้ตลอดเวลา พร้อมเน้นย้ำให้มีความรอบคอบในการตัดสินใจหยุด หรือเคลื่อนรถ
สำหรับเรื่องการทำตามกฎจราจรนั้น เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าก็ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนแต่ละคน เพราะต่อให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล แต่ถ้ายังฝืน ยังรีบ หรือพยายามแทรกกันบริเวณจุดตัด ก็มีโอกาสเกิดอันตรายได้ พร้อมมองว่าถ้ามีการจัดระเบียบลักษณะนี้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ก็อาจจะช่วยให้ภาพรวมการจราจรดีขึ้น และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ภาพรวมถือว่าเป็นระเบียบกว่าก่อนหน้านี้พอสมควร
เช้าวันเปิดเทอม การจราจรหนาแน่น แต่ยังเป็นระเบียบ
สำหรับบรรยากาศบริเวณ ทางข้ามรถไฟ อโศก-เพชรบุรี ช่วงเช้าวันนี้ (18 พฤษภาคม 2569) การจราจรค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเป็นวันจันทร์ และเป็นช่วงเปิดภาคเรียนของโรงเรียนหลายแห่ง ที่เริ่มการเรียนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เป็นวันแรก
ทำให้ในพื้นที่มีทั้งประชาชนเดินทางไปทำงาน รวมถึงนักเรียนที่ออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่อง
โดยในช่วงที่รถไฟยังไม่มา พบว่ามีรถบางส่วนจอดค้างอยู่บนรางรถไฟ แต่ทันทีที่สัญญาณเตือนรถไฟดังขึ้น และไม้กั้นเริ่มทำงาน รถส่วนใหญ่ได้หยุดอยู่หลังเส้นเหลือง และเว้นระยะห่างจากรางรถไฟประมาณ 4 เมตร ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างเป็นระเบียบ และยังไม่พบรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์คันใดขับฝ่าไม้กั้น ในช่วงเช้าที่ผ่านมา
กฎหมายกำหนด ต้องหยุดห่างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร
เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุข้อบังคับเกี่ยวกับระยะปลอดภัยไว้ว่า ผู้ขับขี่ที่ต้องการขับรถผ่านทางรถไฟ ต้องลดความเร็ว และหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขับผ่าน
โดยแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ผ่านทางรางอย่างถูกวิธี และสอดคล้องกับกฎหมาย ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ
- ชะลอความเร็วทุกครั้ง เมื่อเห็นป้ายเตือนทางรถไฟ
- มองซ้าย-ขวาให้รอบคอบก่อนขับผ่าน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน หรือทางโค้งที่มองเห็นรถไฟได้ไม่ชัด
- เว้นระยะพื้นที่ด้านหน้า รอให้รถคันหน้าไปพ้นราง แล้วค่อยขับตามเพื่อป้องกันไม่ให้รถของเราต้องไปติดค้างอยู่กลางทางรางในขณะที่การจราจรติดขัด เนื่องจากขบวนรถไฟมีน้ำหนักมหาศาล และไม่สามารถหยุดรถได้ทันที
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริเวณพื้นผิวถนนทั้งสองฝั่งของรางรถไฟ มีการปรับปรุงและปูพื้นถนนใหม่ เพื่อให้การสัญจรของประชาชนสะดวก และเรียบง่ายมากขึ้น
ข้อมูลจาก : amarintv.com, mgronline.com, thairath.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com










