ZEEKR ประกาศเปิดราคาจำหน่ายสำหรับ ZEEKR 009 2026 รุ่นปรับปรุงใหม่ ปรับดีไซน์ใหม่ในส่วนภายใน สเปก และระบบชาร์จให้รวดเร็ว

ZEEKR 009 2026 ยังดีไซน์ภายนอกเดิมๆในร่างเอ็มพีวีหรูลักชัวรีทรงกล่องปรับตามรอบปีแต่ปรับเล็กน้อย
เริ่มที่คิ้วขอบกันชนหน้าเป็นเป็นไฟตัดหมอกหน้า LED แนวตั้งจากเดิมแนวนนอนหรูด้วยแถบโครเมียมที่ใต้กันชนหน้า เพิ่ม ไฟเสริมสีน้ำเงิน 6 ดวงทั่วตัวรถ บริเวณใกล้ไฟ DRL กระจกมองข้าง และไฟท้าย เพื่อแสดงการทำงานของระบบช่วยขับขี่
นอกนั้นเดิมๆเริ่มที่ กระจังหน้าดีไซน์คล้ายกับ Rolls-Royce แนวตั้งโครเมียมและที่ช่องระบายอากาศแนวตั้ง ติดตั้งโลโก้ขอบฝากระโปรงหน้า ประดับด้วยไฟหน้าส่องสว่าง DRL แบบ LED แบบยูคว่ำ ที่มีหลอดไฟมากสุด 154 ดวง และไฟหน้า LED แนวนอน 3 ดวงทรงเลขเจ็ด ฝากระโปรงหน้าดีไซน์มีขอบสองข้างและเรียบเนียนในส่วนด้านหน้า

ด้านข้างอลังการกับคิ้วขอบประตูส่วนบนกับคิ้วชายล่างด้านข้างและด้านหลัง ดีไซน์เสา A จนถึงเสา D กระจกเล็กบริเวณเสา A ดีไซน์กระจกเสา B ที่เล่นระดับต่อเนื่องจนถึงเสา C
กระจกมองข้างทรงสปูนทรงใหญ่ ประตูสไลด์ไฟฟ้าเปิดได้สองข้าง หลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบคู่สองบานทั้งบานเล็กฝั่งคนขับตอนหน้าและบานใหญ่ฝั่งผู้โดยสาร เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอยลายสปอร์ตปัดเงาขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 255/50R19 และขนาดใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/45R20
ด้านท้ายเห็นไฟท้าย LED ที่มีหลอดไฟมากถึง 402 ดวง แนวยาวสองฝั่งติดตราตัวอักษร ZEEKR แบบเว้นช่องเรืองแสงในชุดฝาท้ายขนาดใหญ่พร้อมสปอยเลอร์หลัง คันนี้สร้างจากแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Platform) ของ GEELY พื้นฐานร่วมกันกับ Volvo EM90
- ความยาว 5,217 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 2,024 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,812 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,205 มิลลิเมตร
- ความสูงจากใต้ท้องรถ 142 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,830 กิโลกรัม
ภายในปรับใหม่

ปรับในส่วนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงใหม่ทรงท้ายตัด 3 ก้าน ออกแบบแป้นกรแตร กับปุ่มควบคุมใหม่ใช้งานง่ายขึ้น ปุ่มกลมๆลายคริสตัลใหม่พรีเมียมบนคอนโซลกลาง เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้หลายทิศทางพร้อมระบบอุ่นเบาะและเบาะเย็น

รุ่นเบาะ 7 ที่นั่ง 2+3+2 เบาะนั่งตอนที่ 2 สามารถหมุนได้ถึง 180 องศา สามารถหันหน้าเข้ามาคุยกับตอนที่ 3 ได้อย่างสบาย พร้อมระบบระบายอากาศ มีโต๊ะพับสำหรับนั่งทำงาน ปรับด้วยไฟฟ้า 12 จุด เบาะตอนที่ 2 แบบแยกกันเป็นทางเดินตรงกลางเข้าไปนั่งเบาะตอนที่ 3 ได้
เบาะนั่งแถวที่ 2 VIP Lounge ชิดติดกัแบบ dual zero-gravity พร้อมฟังก์ชันนวด 22 จุดรวมฟังก์ชันนวดคลึงแผ่นหลัง รองรับหมอนรองขาและเข่า ในรุ่น 6 ที่นั่ง 2+2+2
ทั้ง 2 รูปแบบเบาะนั่งทั้ง 6 กับ 7 ที่นั่ง มีพื้นที่บรรทุกของด้านท้ายเมื่อพับเบาะตอนที่ 3 มากถึง 1,826 ลิตร หุ้มด้วยหนัง NAPPA เบาะนั่งตอนที่ 2 ทั้ง 2 แบบเป็นเบาะ Sofaro First Class

ใหม่หน้าจอบนหลังคาพับเก็บได้ขนาด 17 นิ้ว ชัดแบบ 3K OLED พร้อมระบบเสียงจาก NAIM รอบคัน 31 จุด กำลังขับ 3,868W
มาพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนแผงคอนโซลหน้า AR-HUD ขนาด 35.95 นิ้ว มีที่ชาร์จมือถอไร้สาย เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอุณหภูมิสามโซนพร้อมไส้กรองเครื่องปรับอากาศทรงประสิทธิภาพสูงและระบบฟอกอากาศแบบแอคทีฟซึ่งสามารถขจัดฝุ่นละออง PM2.5 ได้มากถึง 95% ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light

กระจกมองหลังดิจิทัล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับได้ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ตกแต่งที่นั่งให้ดูดีขึ้นกระจกกันเสียงรบกวนหนา 2 ชั้น ติดตั้งตรงที่นั่งแถว 3 คอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่าย มาตรวัดความเร็วแบบสี LCD แนวนอน 10.25 นิ้ว พร้อมจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 15.4 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ ZEEKR 0s แบบ Snapdragon รองรับเชื่อมต่อ 5G มาพร้อมสวิตช์ควบคุมบนแผงประตูแบบ Smart Bar ขนาด 3.4 นิ้ว
ขุมพลังอีวีปรับใหม่อัปแรงขึ้นเร้าใจขึ้น

มีทั้งรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าและรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มที่
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้ามาพร้อมความจุแบตเตอรี่แบบ Lithium Nickel Manganese Cobalt Pack จาก CATL 108 kWh จากสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ให้กำลังมากถึง 422 แรงม้า แรงบิดใหม่ 440 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 740 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 714 กิโลเมตร (NEDC) สามารถชาร์จกระแสตรง DC ระดับ 10-80% ภายในเวลา 11.5 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC โดยให้อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.9 วินาที
- รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ จากสถาปัตยกรรมไฟฟ้าใหม่ 900V ให้กำลังรวม 925 แรงม้า แรงบิดรวม 913 นิวตันเมตร มาพร้อมกับความจุแบตเตอรี่ Lithium Nickel Manganese Cobalt Pack จาก CATL ขนาด 115 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 720 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 695 กิโลเมตร (NEDC)
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งคู่สามารถชาร์จกระแสตรง DC ระดับ 10-80% ภายในเวลา 10 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC โดยให้อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที รองรับ V2L 6kW และ V2V 60kW
มาพร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ และโช้คถุงลมแบบห้องคู่ Closed Dual-Chamber Air Suspension สามารถลดความสูงของตัวรถได้ ฟังก์ชันระบบช่วงล่างอัจฉริยะออกแบบมาเพื่อให้ตัวรถมีเสถียรภาพสูงสุดจนรู้สึกเหมือน “ลอยอยู่บนพรมวิเศษ” เน้นการขจัดแรงสั่นสะเทือน ลดอาการโยน และลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกล (Smart Magic Carpet)
ความปลอดภัยจัดเต็มด้วย LiDAR ด้วยชิปประมวลผลสำหรับระบบช่วยขับขี่ Drive Thor-U จาก Nvidia มีกำลังการประมวลผลสูงถึง 700 TOPS
ทำงานร่วมกันกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS Qianli Haohan H7 G-ASD เป็นออปชันมาตรฐาน รองรับการทำงานมากกว่า 70 รายการเช่น ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติทุกช่วงความเร็ว ช่วยจอดอัตโนมัติ เตือนการชนด้านหน้า เป็นต้น

ZEEKR 009 2026 ขายจีน 3 รุ่นย่อยเริ่มต้น 439,800-469,800 YUAN หรือราว 2,115,000-2,259,000 บาท
ที่มา CarNewsChina










