หนึ่งในปัจจัยสำคัญของระบบช่วยขับอัจฉริยะอาจไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานด้วย เพราะแม้ว่าระบบจะถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าไม่มีคนกล้าใช้เพราะความกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือความรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็แทบจะไม่มีความหมาย ล่าสุด BYD ได้ประกาศนโยบายใหม่สำหรับ God’s Eye ระบบช่วยขับอัจฉริยะ ยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดตามเงื่อนไข ถ้ารถเกิดอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของระบบจริง
BYD พร้อมรับผิด ถ้าระบบพลาด
ช่วงปลายเดือน พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา BYD ได้ประกาศนโยบายใหม่ ภายในงาน Intelligent Strategy Event ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นในตลาด โดยมอบ Double Guarantee หรือ การคุ้มครองสองชั้น ที่ครอบคลุมทั้งระบบ จอดรถอัตโนมัติ และระบบช่วยขับขี่ในเมือง
นโยบายนี้จะคุ้มครองรถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye โดยแบ่งสิทธิ์การใช้งานตามสถานะเจ้าของรถ
- ลูกค้าใหม่จะได้รับสิทธิ์ทันทีหลังส่งมอบรถ
- ลูกค้าปัจจุบันสามารถใช้งานได้หลังอัปเดตซอฟต์แวร์ God’s Eye 5.0 ผ่านระบบ OTA
ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง?
ความพิเศษของนโยบายนี้คือ BYD พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด หากรถเกิดอุบัติเหตุหรือมีข้อผิดพลาดระหว่างใช้งานระบบ ซึ่งผู้ใช้งานปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดและใช้งานระบบอย่างถูกวิธี
บริษัทจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบ
- ค่าซ่อมรถของเจ้าของรถ
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
- ค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บของคู่กรณี
นอกจากนี้ BYD ยังระบุเพิ่มเติมว่า
- ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันขับขี่อัจฉริยะเพิ่มเติม
- ไม่มีเพดานวงเงินชดเชย
- ไม่กระทบเบี้ยประกันของเจ้าของรถในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ความคุ้มครองนี้จะมีผลเฉพาะในประเทศจีน สำหรับเจ้าของรถใหม่ หรือรถที่อัปเดตเป็นระบบ God’s Eye 5.0 แล้วเท่านั้น
God’s Eye B มีราคาต่ำ
ปัจจุบันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye B ของ BYD มีราคาจำหน่ายแบบซื้อขาดอยู่ที่ 12,000 หยวน หรือประมาณ 54,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของคู่แข่งในตลาด
นอกจากราคาที่ต่ำกว่าแล้ว สิ่งที่ทำให้ BYD แตกต่างคือการมอบความคุ้มครองความรับผิดจากการใช้งานระบบโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แตกต่างจากหลายแบรนด์ที่ยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับประกันหรือความคุ้มครองในส่วนนี้
ทั้งนี้ BYD ระบุว่าระบบ God’s Eye มีศักยภาพใกล้เคียงกับ Tesla FSD
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา Tesla ได้เปลี่ยนชื่อ Full Self-Driving (FSD) ในตลาดจีนเป็น Tesla Assisted Driving ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงใช้ชื่อ Supervised FSD เช่นเดิม
ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่งระบบของ BYD ถือว่ามีราคาต่ำกว่าหลายแบรนด์ในตลาดจีน เช่น
- BYD God’s Eye B ราคา 12,000 หยวน หรือประมาณ 54,000 บาท
- Huawei ADS Max ราคา 36,000 หยวน หรือประมาณ 162,000 บาท
- Huawei ADS Max แบบสมาชิก ราคา 720 หยวนต่อเดือน หรือประมาณ 3,200 บาทต่อเดือน
- Huawei ADS Max แบบสมาชิกรายปี ราคา 7,200 หยวน หรือประมาณ 32,000 บาทต่อปี
- Tesla Assisted Driving ราคา 64,000 หยวน หรือประมาณ 288,000 บาท
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ BYD ใช้นโยบายลักษณะนี้ โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยรับประกันความรับผิดจากการใช้งานระบบจอดรถอัตโนมัติระดับ L4 มาแล้ว ซึ่งตอนนั้นสามารถทำให้อัตราการใช้งานของลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 21% เป็น 93%
ข้อมูลจาก : carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













