Nissan Kicks e-Power 2026 (Minorchange) เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการช่วงงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่ผ่านมา ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งงานดีไซน์ ฟังก์ชันความสะดวกสบาย และเพิ่มระบบความปลอดภัยอัจฉริยะเข้ามาแบบจัดเต็ม

ราคาจำหน่าย
- e-POWER V 789,900 บาท
- e-POWER VL 849,900 บาท
- e-POWER SV 899,900 บาท
ตารางผ่อน ดาวน์ Nissan Kicks e-Power 2026 ผ่อนเริ่มต้น 10,xxx บ.

สรุปสเปคและจุดเปลี่ยนสำคัญ
ขุมพลังและการขับเคลื่อน e-Power เจนเนอเรชันล่าสุด
ยังคงใช้หลักการ “รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก” โดยใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟไปเก็บในแบตเตอรี่ และส่งพลังงานให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า 100%
- มอเตอร์ไฟฟ้า (รหัส EM47): พละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองและอัตราเร่งแบบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
- เครื่องยนต์ปั่นไฟ: เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร (HR12DE) ให้กำลัง 79 แรงม้า ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เท่านั้น
- แบตเตอรี่: ลิเธียม-ไอออน ความจุ 2.06 kWh (4 Modules / 96 Cells)
- ระบบ e-Pedal Step: เร่งและชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว ช่วยให้ขับขี่ในเมืองได้สะดวกและช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะชะลอตัว (Regenerative Braking)
- โหมดการขับขี่: ปรับได้ 4 รูปแบบ (Normal, Sport, ECO และ EV Mode)

มิติภายนอก และการปรับปรุงภายในห้องโดยสาร
ความยาว 4,300 มม.
ความกว้าง 1,760 มม.
ความสูง 1,610 มม.
ระยะฐานล้อ 2,620 มม.
ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) อยู่ที่ 175 มม.

สำหรับภายในรอบนี้มีการอัปเกรดแก้จุดด้อยเดิมเพื่อเพิ่มความสบายและความทันสมัยอย่างชัดเจน:
- เบาะนั่งคนขับ: เพิ่มระบบปรับด้วย ไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะนั่งด้านหลังดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนมาใช้ทรง Zero Gravity ปรับองศาพนักพิงให้อยู่ในท่าที่เอนสบายขึ้นอีก 1.5 องศา พร้อมพนักพิงศีรษะที่กว้างขึ้น
- ความสบายแถวหลัง: เพิ่มพนักวางแขนตำแหน่งกลาง พร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง
- หน้าจอแสดงผล: หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Wireless Android Auto ส่วนมาตรวัดผู้ขับขี่อัปเกรดเป็นแบบ Full-Digital พร้อมจอ MID ขนาด 7 นิ้ว
- การเชื่อมต่อ: เพิ่มช่องเชื่อมต่อ USB-C เป็น 3 ตำแหน่ง และมาพร้อมบริการ NissanConnect Services
- ระบบความสะดวก: เพิ่มระบบกุญแจ Walk-Away Auto Lock (ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินห่างออกไป) และ Approach Unlock (ปลดล็อกเมื่อเดินเข้าใกล้รถ)
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ (ProPILOT)
ไฮไลท์เด่นสุดของปี 2026 คือการติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ProPILOT เข้ามาเป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบ Stop & Go (ICC) และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist – LKA) เพื่อลดความเหนื่อยล้าเวลาขับขี่ทางไกล นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบความปลอดภัยอื่นๆ เข้ามาเสริมทัพ:
ระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในโมเดล 2026:
- BSI (Blind Spot Intervention): ระบบควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
- RAEB (Rear Automatic Emergency Braking): ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถหรือวัตถุด้านหลังขณะถอย
- TPMS (Tire Pressure Monitoring System): ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานเดิมที่ยังคงมีให้ครบครัน:
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor – IAVM) พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว (MOD)
- ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง (RCTA)
- กระจกมองหลังอัจฉริยะ (IRVM) ที่เปลี่ยนเป็นหน้าจอแสดงภาพจากกล้องท้ายรถได้
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน
ภาพรวมของ Nissan Kicks e-Power 2026 ถือว่าเป็นการปิดจุดบอดเรื่องความสบายของเบาะหลังและออปชันภายในอย่างหน้าจอตัวเก่า พร้อมกับเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะและระบบช่วยขับขี่เข้ามาจนกลายเป็น B-SUV สายไฮบริดที่ออปชันคุ้มค่าน่าสนใจมากในงบระดับต่ำกว่า 9 แสนบาทครับ
อ่านสเปคเพิ่มเติม คลิก
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก










