โครงการแลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ใหญ่ของประเทศไทย กำลังเข้าสู่ช่วงการประเมินครั้งสำคัญ โดยคณะอนุกรรมการเตรียมพิจารณา 3 ประเด็นหลัก ทั้งความคุ้มค่าของโครงการ ความเป็นไปได้ในการดึงสายเดินเรือมาใช้บริการ และศักยภาพของระบบขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน ในการประชุมวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ก่อนรวบรวมผลการศึกษา รวมถึงประเมินประเด็นด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนสิงหาคม 2569
ปรับข้อมูลใหม่ ก่อนนำกลับมาประเมินความคุ้มค่า
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า หลังการประชุมคณะกรรมการในสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการนัดประชุมคณะอนุกรรมการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ และได้ขอให้ทีมผู้ศึกษาปรับปรุงสมมุติฐานทั้งหมดให้เป็นปัจจุบันที่สุด
ซึ่งการประชุมในวันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นอกจากจะดูข้อมูลที่ปรับปรุงมาแล้ว คณะอนุกรรมการจะประเมินความเป็นไปได้ของการให้บริการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล ว่าสมมุติฐานที่ตั้งไว้จะสามารถนำมาปรับใช้จริงได้แค่ไหน โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากสายการเดินเรือรายใหญ่เข้าร่วมให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา
3 ประเด็นหลัก ตัดสินความคุ้มค่าของแลนด์บริดจ์
สำหรับการประชุมที่จะเกิดขึ้น คณะอนุกรรมการจะให้น้ำหนักกับการประเมินใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
- ด้านปริมาณทางการค้าและสมมุติฐานเชิงพาณิชย์ : ดูความสมเหตุสมผลของปริมาณสินค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ
- ด้านความเชื่อมั่นของสายการเดินเรือ : จะวิเคราะห์ศักยภาพในการดึงผู้ประกอบการสายการเดินเรือมาใช้บริการ เนื่องจากปัจจุบันภูมิภาคนี้มีท่าเรือขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพอยู่หลายแห่ง
- ด้านศักยภาพการขนส่ง : จะประเมินความเป็นไปได้ของระบบขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งทะเล ทั้งด้านต้นทุน ระยะเวลา และการบริหารจัดการ ว่าสามารถดำเนินการได้จริงตามสมมุติฐานที่กำหนดไว้หรือไม่
นอกจากความคุ้มค่าของโครงการแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังครอบคลุมไปถึงร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ด้วย
โดยนายดนุชา ระบุว่า จะมีการประเมินว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นต่อการเดินหน้าของโครงการแค่ไหน หรือสามารถใช้ทางเลือกอื่นในการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปได้
ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าจะไม่ใช้ร่าง พ.ร.บ. SEC ฉบับเดิม มองว่าจะช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการเป็นไปได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์และร่างกฎหมาย SEC รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะคนในพื้นที่
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้การพัฒนาโครงการสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่มากขึ้น และคณะอนุกรรมการก็จะสามารถประเมินทั้งความเหมาะสมของโครงการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไป
รับฟังคนในพื้นที่ ก่อนกำหนดทิศทางพัฒนา
ส่วนการพัฒนาพื้นที่ จะเริ่มจากการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ก่อน ว่าต้องการให้พื้นที่พัฒนาไปในทิศทางใด หากจะมีภาคอุตสาหกรรมเข้ามา ควรเป็นอุตสาหกรรมประเภทไหน และชุมชนมีความพร้อมรองรับมากน้อยเพียงใด เพื่อให้การพัฒนาเป็นรูปแบบที่คนในพื้นที่ยอมรับและช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนมากที่สุด
ทั้งนี้ ผลการศึกษาทั้งหมด รวมถึงข้อสรุปจากการประเมิน จะถูกรวบรวมไว้ในรายงานที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนสิงหาคม ตามกรอบงานที่คณะกรรมการชุดใหญ่ได้มอบหมายไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก
ผลการศึกษา ยังไม่ใช่สัญญาณเริ่มก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุเพิ่มเติมว่า แม้ผลการศึกษาจะออกมาว่า โครงการแลนด์บริดจ์ มีความเหมาะสมและควรเดินหน้าต่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เห็นโครงการเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
เนื่องจากยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ทั้งการจัดทำเอกสารประกวดราคา (Request for Proposal : RFP) และการศึกษารายละเอียดในด้านต่างๆ แต่สิ่งที่สำคัญอันดับแรกก็ยังคงเป็นเรื่องความเหมาะสมและความคุ้มค่า
คณะกรรมการชุดนี้จึงถูกตั้งขึ้นมา เพื่อทบทวนข้อมูล รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และประเมินว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความเหมาะสมและคุ้มค่าพอที่จะเดินหน้าต่อหรือไม่
ข้อมูลและรูปภาพจาก : ข้อมูลจาก : innnews.co.th, thansettakij.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












