Nissan X-TRAIL 2027 พร้อม 3 รุ่นใหม่เสริมความแกร่งค่ายนิสสัน

Nissan ประกาศแผนธุรกิจปรับปรุงองค์กรภายใต้แผน RE:NISSAN เพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสม นำโดย Nissan X-TRAIL 2027 เจนใหม่ และอีก 3 รุ่น

Nissan X-TRAIL 2027

Nissan X-TRAIL 2027

X-TRAIL เจนใหม่นี้เป็นเจเนอเรชันที่ 5 ในรหัส T34 สร้างจากแพลตฟอร์ม CMF-CD หล่อขึ้นสมาร์ทขึ้นในร่างเอสยูวีไซซ์คอมแพ็คเขื่องใหญ่

ด้านหน้าหล่อด้วยแถบไฟ DRL แบบ LED 5 จุดทรง 6 เหลี่ยม สีขาว พร้อมชุดไฟหน้า LED ส่วนบน กระจังหน้ารูปลายเกล็ดรังผึ้งพร้อมช่องระบายอากาศสีดำในตัวกระจังหน้าทรง 3 เหลี่ยม ชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า

กรอบเสา A สีดำ ราวหลังคาบิ๊วอิน หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ เสริมหล่อกับเสาอากาศครีบฉลาม คิ้วขอบล้อปั้มขึ้นรูปกลมกลืนกับบังโคลน กระจกมองข้างทรงสปูน กระจกเสา D ออกแบบใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนเสา A-C เลยเอาท์ยังคงเดิม

ด้านท้ายมีกันชนหลังทรงสวย ชุดไฟท้าย LED เพิ่มการมองเห็นได้ชัดขึ้น ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R19 และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/60R18 พร้อมความสบายแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งและ 3 แถว 7 ที่นั่ง

Nissan X-TRAIL 2027

ขุมพลังคาดว่าเป็น e-Power Turbo เจเนอเรชันที่ 2 ด้วยพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV (Extended Range Electric Vehicle) ขนาด 1.5 ลิตร เบนซิน VC Turbo 3 สูบ KR15DDT

ให้กำลังถึง 144 แรงม้าที่ 4,400-5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้ารุ่น BM46 AC3 Synchronous Motor ให้พลังรวมเป็น 204 แรงม้าที่ 4,739-5,623 รอบต่อนาที แรงบิด 330 นิวตันเมตรที่ 0-3,505 รอบต่อนาทีในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า

รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE พื้นฐานเครื่องยนต์ แรงม้า แรงบิด เท่ากันแต่ว่ามีการปรับในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า BM46 เป็น 204 แรงม้าที่ 4,501-7,422 รอบต่อนาที แรงบิด 330 นิวตันเมตรที่ 0-3,505 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง MM48 AC3 Synchronous Motor ให้พลัง 136 แรงม้าที่ 4,897-9,504 รอบต่อนาที แรงบิด 195 นิวตันเมตรที่ 0-4,897 รอบต่อนาที

เมื่อทำงานร่วมกันให้พลังมากขึ้นเป็น 340 แรงม้าที่ 9,398 -16,926 รอบต่อนาที เพิ่มแรงบิดเป็น 525 นิวตันเมตรที่ 0-8,402 รอบต่อนาที ทั้งคู่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติพร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง

  • โหมด Sport
  • โหมด Snow
  • โหมด Auto
  • โหมด ECO
  • โหมด Off-Road ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE

Nissan X-TRAIL

พร้อมอินเวอร์เตอร์ และ แบตเตอรี่ ทำงานร่วมกันเน้นให้มอเตอร์ขับเคลื่อนและเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟเท่านั้น ติดตั้งระบบ e-Pedal ซึ่งใช้คันเร่งในการกดเร่งแซงและชะลอความเร็วในชุดเดียวกัน

โดยชุด e-Pedal สามารถชะลอหยุดจนถึงจุดหยุดนิ่ง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction โดยเตรียมขายในช่วงปี 2027

Nissan JUKE EV

Nissan JUKE

ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Nissan LEAF ทำให้มีขนาดตัวรถที่ใหญ่ขึ้นกว่าเวอร์ชันสันดาปรหัส F16 โดยใช้สถาปัตยกรรม CMF-EV เช่นกระจังหน้าทรงดีไซน์ใหม่ปะโลโก้ Nissan

ไฟหน้า LED ทรงกลมไส้ในแบบ 3 แฉกสว่างอยู่ใต้ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED เสา A ไปจนถึงที่เปิดประตูด้านท้ายมุมเดียวกับกระจกหลังตกแต่งด้วยสีดำกระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวและเสาอากาศครีบฉลาม

Nissan JUKE EV

ไฟท้าย LED สีเข้ม สปอยเลอร์หลังปรับดีไซน์ให้เข้มขึ้นและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 R17 กับ 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/45 R19 รวมถึงภายในติดตั้งจอสัมผัสขนาดใหญ่ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Google-built in และ Nissan Connect เชื่อมต่อการใช้งานของรถยนต์ผ่านสมาร์ตโฟน

ขุมพลังไฟฟ้าอาจยกมาจาก Nissan LEAF แบบ 3-in-1 ประกอบด้วยอินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ และเกียร์ลดรอบ รวมเข้าด้วยกัน ทำให้มีขนาดเล็กลง 10% จากรุ่นปัจจุบัน เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีสองขุมพลังอีวีให้เลือกทั้ง รุ่นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 52 (52.9) kWh ให้พลัง 177 แรงม้า แรงบิด 345 นิวตันเมตร ซึ่งยังไม่เปิดเผยเรื่องวิ่งไกลต่อการชาร์จ

รุ่นท็อปสุดให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 355 นิวตันเมตรในรุ่นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 75 (75.1) kWh ระยะทางรวมต่อการชาร์จ 1 ครั้งมากกว่าได้ถึง 604 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 711 กิโลเมตร (NEDC)

Nissan JUKE EV

ทั้งสองรุ่นชาร์จได้ทั้งกระแสสลับ AC และกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 150 kW 10-80% ภายใน 35 นาที และเจนนี้มีหัวชาร์จแบบ CCS2 ชาร์จ DC ที่ชาร์จเร็ว 14 นาที

สามารถวิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร โดยจะใช้แบตเตอรี่ระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบเดียวกับ LEAF และขนาดความจุแบตเตอรี่จะเล็กกว่า LEAF

จะผลิตที่โรงงานซันเดอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับที่ผลิต LEAF และ JUKE F16 โดยผลิตและจำหน่ายช่วงปลายปี 2026 ช่วงแรกทำตลาดในกลุ่มยุโรปท้าชน Toyota C-HR EV

Nissan SKYLINE Nissan JUKE EV

นอกจาก Nissan X-TRAIL 2027 กับ Nissan JUKE EV ในกลุ่ม Core Model แล้ว ยังมีอีก 2 รุ่นในกลุ่ม Heartbeat Model กับ Nissan XTERRA การกลับมาของเอสยูวียอดนิยมของอเมริกาใช้โครงสร้างตัวถังแบบ body-on-frame พ่วงเครื่องยนต์ไฮบริดเบนซิน V6

ตำนานเก๋งเพื่อชาวญี่ปุ่นอย่าง Nissan SKYLINE เด่นด้วยมีไฟท้ายสไตล์ hot-plate นอกจากนี้ในกลุ่ม Growth Model เน้นตลาดที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างเช่น Nissan ELGRAND และ SAKURA และกลุ่ม Partner Model ที่จับมือกับพันธมิตรทั้งจีนและฝรั่งเช่น Nissan NX8, N7 และ Frontier PRO

Nissan JUKE EV

โดย 4 รุ่นใหม่ค่าย Nissan เป็นหนึ่งในแผนการลดจำนวนรุ่นรถของค่ายที่ขายทั่วโลกให้เหลือ 45 รุ่นจากเดิม 56 รุ่น โดย 11 รุ่นที่ต้องถูกถอดจากสารระบบนั้นเป็นรุ่นที่ยอดขายน้อยและทุ่มกับรถที่สร้างยอดขายหรือเดอะแบกให้กับค่าย พร้อมรายการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้เดินหน้าอย่างรุ่งโรจน์ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนเหลือ 70%
  • ลดแพลตฟอร์มเหลือ 7 จากเดิม 13 ภายในปี 2035
  • ลดการพัฒนารถโมเดลใหม่เหลือ 37 เดือน หรือ 3 ปีครึ่งจากเดิม 52 เดือน หรือ 4 ปีครึ่ง
  • ลดการพัฒนารถรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ปรับระยะเวลาการพัฒนาเหลือ 30 เดือน หรือ 2 ปีครึ่งจากเดิม 50 เดือนหรือ 4 ปีครึ่ง
  • วางแผนเพิ่มความหลากหลายของขุมพลังตั้งแต่สันดาปไปจนถึงอีวีล้วน

และจากการปรับปรุงองค์กรและผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นจะส่งผลเมืองไทยมากน้อยแค่ไหนนั้น และรุ่นใหม่ๆอย่าง Nissan ELGRAND เจนใหม่จะมาไทยหรือไม่ต้องติดตามในครั้งต่อไป

ที่มา Nissan

 

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts