พร้อมพรีเซลแล้ว สำหรับ XPENG GX SUV รุ่นใหม่ ที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับเรือธง กับทางเลือกการขับขี่ทั้งแบบ BEV และ EREV มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติแนวทางใหม่ที่ไม่พึ่งพา LiDAR และตั้งราคาพรีเซลไว้ในระดับสูงสุดของแบรนด์นับตั้งแต่เปิดตัว
Xpeng เตรียมลุยตลาดรถยนต์พรีเมียม
Xpeng เดินหน้ายกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ รุกตลาดพรีเมียมแบบเต็มตัว ด้วยการเปิดพรีเซล Xpeng GX SUV รุ่นใหม่ ซึ่งได้กำหนดราคาจองล่วงหน้าไว้ที่ 399,800 หยวน หรือประมาณ 2,040,000 บาท ทำให้รถ GX รุ่นใหม่นี้ เป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดของ Xpeng ในปัจจุบัน
โดยในงานเปิดตัวเทคโนโลยีที่ผ่านมา ได้มีการระบุว่ารถตัวอย่างจะเริ่มกระจายเข้าสู่โชว์รูมทั่วประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน เป็นต้นไป
สำหรับ GX รุ่นใหม่ เป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในกลุ่มพรีเมียม ที่มาในขนาดฟูลไซซ์แบบ 6 ที่นั่ง โดยทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
XPENG ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ เพื่อลดความกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ของผู้ใช้รถ EV ทำให้รุ่นนี้มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ
- ระบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)
- ระบบเพิ่มระยะทาง (EREV)
แพลตฟอร์มใหม่ ขับขี่อัตโนมัติระดับ L4
Xpeng GX ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ SEPA 3.0 (Smart Electric Platform Architecture 3.0) และถูกวางตำแหน่งให้เป็นต้นแบบของ Robotaxi ที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานการขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน
โดยรถรุ่นนี้จะใช้ระบบการขับขี่อัตโนมัติแบบ กล้องล้วน หรือ Pure Vision โดยไม่มีการติดตั้ง LiDAR ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางจากเดิม
ก่อนหน้านี้ Xpeng เคยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการใช้ LiDAR ในรถยนต์ไฟฟ้าจีน แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันจะมีการปรับทิศทาง โดยจะพึ่งพาการประมวลผลจากภาพและ AI เป็นหลัก
สมองกล และระบบความปลอดภัย
รถรุ่นใหม่มาพร้อมชิปขับขี่อัจฉริยะ Turing AI ที่ Xpeng เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองจำนวน 3 ตัว โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผลของระบบขับขี่อัตโนมัติของรถ
- ให้กำลังประมวลผลรวมสูงถึง 2,250 TOPS
- รองรับการทำงานของโมเดล AI รูปแบบ Vision-Language-Action (VLA) ขั้นสูง
- ช่วยให้รถสามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ดีมากขึ้น ในสถานการณ์จริงที่ซับซ้อน
แนวทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่อัตโนมัติในระดับสูง ที่ไม่ใช่แค่ระบบช่วยขับขี่แบบทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานไปสู่การพัฒนาเพื่อการใช้งานในอนาคต
นอกจากนี้ ด้านความปลอดภัยยังเป็นอีกจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างสำรอง 6 ชั้น ในระดับมาตรฐานเดียวกันกับอากาศยาน ครอบคลุมระบบสำคัญอย่างระบบบังคับเลี้ยวและระบบเบรก เพื่อให้รถยังสามารถควบคุมได้ต่อเนื่อง แม้ในกรณีที่ระบบหลักเกิดความขัดข้อง
ขุมพลังไฟฟ้าล้วน BEV สำหรับสายใช้งานเต็มรูปแบบ
ภาพรวมประสิทธิภาพของ GX รุ่น BEV ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800 โวลต์ พร้อมเทคโนโลยีซิลิคอนคาร์ไบด์
- รองรับการชาร์จเร็วระดับ 5C
- ใช้แบตเตอรี่ขนาด 110 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 750 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
จุดเด่นของรุ่นนี้คือการบาลานซ์ทั้งสมรรถนะ ความเร็วในการชาร์จ และระยะทางที่รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ขุมพลัง EREV สำหรับสายเดินทางไกล
ส่วนอีกรุ่นอย่าง EREV ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
- ใช้แบตเตอรี่ขนาด 63.3 kWh
- ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 430 กิโลเมตร
- ระยะทางรวมการใช้น้ำมันมากกว่า 1,585 กิโลเมตร
จุดเด่นของรุ่นนี้คือการลดข้อจำกัดเรื่องระยะทาง เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ
บทบาทและตำแหน่งทางการตลาด
ปัจจุบันยอดขายหลักของ Xpeng ยังคงมาจากรถซีดานไฟฟ้าระดับเริ่มต้นอย่าง Xpeng Mona M03 การมาของ GX รุ่นใหม่ จึงเป็นเหมือนก้าวสำคัญในการขยับเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งกับแบรนด์รถยนต์ในประเทศจีนและผู้ผลิตในระดับสากล
โดยรถรุ่นใหม่ ถูกวางตำแหน่งสำหรับตลาด SUV ระดับพรีเมียมที่กำลังมีการแข่งขันดุเดือด ซึ่งถูกคาดว่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Nio ES8, Li L8, Li L9 รวมถึง Aito M8 ที่ร่วมมือกับ Huawei
ข้อมูลและรูปภาพจาก : cnevpost.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com














