AUDI ยกระดับพรีเมียมอย่างเต็มกำลังเปิดตัว AUDI Q3 2026 เจเนอเรชันที่ 3 ใหม่หมดทุกมิติ ยกระดับมาตรฐานของคอมแพกต์เอสยูวีให้เหนือกว่าที่เคย

AUDI Q3 2026 ตอกย้ำจุดยืนของยนตรกรรมนำเข้าทั้งคันมาตรฐานเยอรมันในร่างคอมแพกต์เอสยูวีโดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ

เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED Headlight ดีไซน์ใหม่ที่สามารถปรับเปลี่ยนไฟ Daytime ได้ 3 รูปแบบ เสริมความโดดเด่นในทุกมุมมองด้วยไฟท้าย LED Light Strip ที่พาดยาวตลอดแนว พร้อม Illuminated Audi Ring ในรุ่น Tech Pro ที่สะท้อนตัวตนแห่งความล้ำสมัย เติมเต็มความโปร่งโล่งเหนือระดับด้วย Panoramic Glass Roof เปิดรับแสงธรรมชาติ

สร้างบรรยากาศภายในที่สบายตลอดทุกการเดินทาง เพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง S line ที่มีในทั้งสองรุ่นย่อย ได้แก่ Tech Plus และ Tech Pro โดยรุ่น Tech Plus มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว 255/45 R19 ส่วนรุ่น Tech Pro มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว 255/40 R20 พร้อมชุดตกแต่ง Black Exterior Package ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ต เข้ม และดุดันยิ่งขึ้น
- ความยาว 4,531 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,859 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,559-1,601 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,681 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 55-60 ลิตร
- น้ำหนักรถ 1,684-1,855 กิโลกรัม
Next-gen user experience ยกระดับประสบการณ์เหนือระดับ

ภายในห้องโดยสารสะท้อนแนวคิด Human-Centric Design ที่ยึดผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ผสานดีไซน์ใหม่เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วย Curved MMI Panoramic Display ที่ออกแบบมาให้โอบล้อมผู้ขับขี่ ประกอบไปด้วย Audi virtual cockpit plus ขนาด 11.9 นิ้ว และ MMI touch display 12.8 นิ้ว ที่ได้รับการพัฒนา UX/UI หรือการแสดงผลของหน้าจอรูปแบบใหม่ที่อ่านง่าย
การออกแบบตำแหน่ง New Gearshift Selector บริเวณด้านหลังพวงมาลัย ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย พร้อมทั้งช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณคอนโซลกลางให้โปร่งโล่งและใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารอย่างมีระดับด้วย Inlay อะลูมิเนียม ผสานระบบไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 30 สี เติมเต็มอารมณ์การเดินทางในทุกช่วงเวลา พร้อมระบบเสียงคุณภาพ Audi Sound System ที่มาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รวมซับวูฟเฟอร์
มอบมิติของเสียงที่คมชัดและทรงพลัง อีกทั้งในรุ่น Tech Pro ยังเพิ่มความพิเศษด้วย Panoramic Glass Roof ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งและเพิ่มความรื่นรมย์ให้กับทุกการเดินทาง และเบาะหลังพับได้มีพื้นที่สัมภาระ 488 ลิตรกรณีไม่พับเบาะ และ 1,289-1,386 ลิตร กรณีพับเบาะ
สมรรถนะทรงพลัง

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปที่ได้รับการยอมรับด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดถึง 2 ความแรงจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด
รุ่น Tech Plus มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง รหัส DXD พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที
ทำความเร็วสูงสุด 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในตัวถัง SUV และ 207 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในตัวถัง Sportback ถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองฉับไวและนุ่มนวลตามแบบฉบับของ Audi
เทคโนโลยี Mild Hybrid ช่วยเพิ่มความประหยัดและลดการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร ในขณะที่ Q3 เจอเนอเรชั่นที่แล้ว มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม 13.7 กิโลเมตรต่อลิตร
ทำให้ ประหยัดกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 32.8% ด้วยการทำงานของระบบ Coasting Mode สามารถตัดการจ่ายเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ขณะที่ถอนคันเร่ง รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบ Start-Stop ช่วยลดการใช้พลังงานในช่วงการขับขี่จริง ทั้งในสภาพการจราจรในเมืองและการเดินทางระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างโดดเด่น ทำให้รุ่น Tech Plus เป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น สามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดประมาณ 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ภายใต้สภาพการขับขี่ทางไกลที่เหมาะสม ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกลได้อย่างมั่นใจ

รุ่น Tech Pro เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ รหัส DNN ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 4,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที
ทำความเร็วสูงสุด 229 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในตัวถัง SUV และ 228 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในตัวถัง Sportback ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi ที่ทำงานอย่างชาญฉลาดและแม่นยำ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและเสริมความมั่นใจสูงสุดในทุกสภาพการขับขี่
ในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม 13.7 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อเทียบกับ Q3 เจเนอเรชั่นก่อนหน้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม 12.6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือประหยัดขึ้นถึง 8.7% ขณะเดียวกันยังมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นจาก 180 แรงม้า เป็น 204 แรงม้า หรือเพิ่มขึ้นถึง 13% พร้อมคงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงในระดับใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ Q3 1.4 ลิตร ของรุ่นก่อนหน้า สะท้อนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ผสานทั้งสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดพลังงาน ได้อย่างลงตัวตามแนวทางของ Audi
ระบบช่วยเหลือการขับขี่

- Adaptive Cruise Control with Stop & Go Function ควบคุมความเร็วแปรผันพร้อมรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
- Lane Departure Warning แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
- Rear Cross Traffic Assist แจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถขณะถอยหลัง (รุ่น Tech Pro)
- Proactive Occupant Protection (Front, Side and Rear) ป้องกันก่อนเกิดเหตุทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง (รุ่น Tech Pro)
- Exit Warning แจ้งเตือนสภาพแวดล้อมเมื่อเปิดประตูลงจากรถ (รุ่น Tech Pro)
- Lane Change Warning แจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (รุ่น Tech Pro)

AUDI Q3 2026 พรีเมียมเอสยูวีคุณภาพนำเข้าทั้งคัน พลิกโฉมใหม่หมดทุกมิติดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่งและดุดันยิ่งขึ้น Driving experience โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เปิดตัวทั้งหมด 4 รุ่น
- Q3 S line Tech Plus ราคา 2,499,000 บาท
- Q3 Sportback S line Tech Plus ราคา 2,599,000 บาท
- Q3 quattro S line Tech Pro ราคา 2,999,000 บาท
- Q3 Sportback quattro S line Tech Pro ราคา 3,099,000 บาท
มีทั้งหมด 6 สี
- Sage green, metallic
- Progressive red, metallic
- Glacier white, metallic
- Mythos black, metallic
- Arrow grey, pearl effect (สีพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 50,000 บาท)
- Daytona grey, pearl effect (สีพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 50,000 บาท)

สัมผัสคันจริงได้ตั้งแต่วันที่ 18–21 มีนาคม 2569 ที่ Audi Centre Thailand และเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Motor show 2026 ลูกค้าที่ออกรถทุกรุ่นได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน










