Mercedes-Benz C-Class Electric เป็นรอง BMW I3 ด้วยวิ่งไกล 762 กม.

งานนี้ค่ายตราดาวไม่ยอมให้เพื่อนร่วมชาติค่ายบีมเมอร์อย่าง BMW i3 เสวยสุขอยู่คนเดียวออกโรงฟาดกลับด้วยการแนะนำ Mercedes-Benz C-Class Electric

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

Mercedes-Benz C-Class Electric มาในร่างเก๋งซีดานเจเนอเรชันที่ 6 ภายใต้รหัส W520 และเป็นครั้งแรกในตระกูล C-Class มาในเวอร์ชันอีวีล้วน 

หน้าตาเด่นสไตล์ตราดาว

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

หน้าตาคล้ายกับ Mercedes-Benz GLC Electric ด้วยกระจังหน้าโครเมียมกรอบหนาไส้ในแบบตาข่ายแบบกระจกรมควันมีตราดาว อย่างเด่นด้วยไฟเรืองแสงขนาดใหญ่แบบ LED ถึง 1,050 ดวงประกบกับไฟหน้า LED ทั้งแบบธรรมดาและแบบ Digital Light

ให้ความสว่างสูงในวงกว้าง แต่ประหยัดพลังงานลง 50% พร้อม ไฟ Daytime Running Light รูปทรง Star Shaped รับกับฝากระโปรงหน้าดีไซน์เป็นลอนชุดกันชนหน้าใหม่พร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ดูดีกว่า

ด้านข้างมาในแนวเอสยูวีด้วยหลังคาพาโนรามิกกลาสแบบ SKY CONTROL ป้องกันรังสียูวี กรองแสงได้ กรอบกระจกโครเมียมและสีดำเข้มเสริมเสน่ห์ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูแบบเรียบเนียนกับตัวถังรถ แบบ Flush-fitting

ด้านท้ายเด่นด้วยไฟท้าย LED ที่มีแสงพาดขวางเป็นแนวนอนตลอดฝาท้ายแบบ Digital Jewelry ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาเป็นรายละเอียดของอัญมณีที่ลงตัว

กันชนหลังมีความหรูด้วยคิ้วโครเมียมและสีดำเข้มพร้อมลิ้นสปอยเลอร์เสริมช่องรีดอากาศซ้าย-ขวาและแผงทับทิมสีแดงเรียวยาวและล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางหน้า 235/45R20 และยางหลัง 235/40R20 ตัวรถมาในร่างเก๋งหลังคาลาดลงขนาดตัวถังใหญ่กว่า C-Class รุ่นสันดาป ใช้แพลตฟอร์มใหม่หมดจากสถาปัตยกรรม MB.EA เพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ

  • ความยาว 4,883 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,892 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,503 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 2,962 มิลลิเมตร
  • พื้นที่สัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า 101 ลิตร

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

ภายในยกมาจาก Mercedes-Benz GLC Electric เริ่มที่แผงคอนโซลหน้าพร้อมหน้าจอขนาดยักษ์ยาวต่อเนื่องขนาด 39.1 นิ้ว (99.3 เซนติเมตร) แบบ HYPERSCREEN แบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนประกอบได้แก่ มาตรวัดความเร็ว Driver Display แบบ LED matrix backlighting 10.3 นิ้ว หน้าจอ Central Display แบบ OLED 14 นิ้ว

หน้าจอ Co-driver Display แบบ OLED ซึ่งแสดงผลได้คมชัดยิ่งขึ้นผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอ Co-driver Display ในการช่วยเหลือผู้ขับขี่ สามารถตั้งค่า ตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถ ค้นหาแผนที่ และใช้งานสื่อบันเทิงได้โดยไม่รบกวนผู้ขับขี่ขนาด 14 นิ้ว 

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

จอยักษ์นี้มาพร้อมไฟแบ็คไลท์แบบ MATRIX LED ประกอบด้วยหลอด LED กว่า 1,000 ดวง นอกจากนี้ยังมีโซนหรี่แสงอัจฉริยะ 2 โซนแยกอิสระจากกัน สามารถปรับความสว่างได้ผ่านแถบเลื่อน จะช่วยให้สามารถปรับความสว่างของส่วนต่างๆ ของแผงหน้าปัดและระบบสาระบันเทิงได้หลากหลายระดับ

มีหน้าจอ 2 จอ ในรุ่นเริ่มต้นมาอีก พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัด มีปุ่มควบคุม ลูกกลิ้งสำหรับปรับระดับเสียงและสวิตช์โยกสำหรับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ขณะที่ระบบเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนสามารถปรับได้ผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head–up Display)

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ MB.OS ที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่ร่วมมือกับ Google นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันระดับโลกมากมายกว่า 40 แอป อาทิ Chat GPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex, Zoom Disney+ ฯลฯ

มาพร้อมช่องระบายอากาศชุบสีเงินโครม ที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ที่วางแก้วขนาดใหญ่ และปุ่มควบคุมแบบแถบบาง

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง เก็บสัมภาระด้านหลังยังมีสูงถึง 470 ลิตร แถมพับเบาะแถวที่ 2 แบบ 40:20:40 แถมมีช่องใต้พื้น เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจําสําหรับตําแหน่งที่นั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้าง ใช้วัสดุสัมผัสนุ่มและเบาะนั่งที่ออกแบบใหม่เพื่อรองรับกระดูกสันหลังของผู้โดยสาร ที่ได้รับการรองรับจาก The Vegan Society

เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบดันหลัง แบบ Lumbar support มีอุ่นเบาะสําหรับที่นั่งคู่หน้า Heated front seats โดยวัสดุหุ้มเบาะมีทั้งหนังสังเคราะห์เลียนแบบหนังแท้ที่ไม่ได้มาจากหนังสัตว์ VEGAN แบบ SOFTTORINO หรือหนัง NAPPA พร้อมเดินด้ายสีแดงในรุ่น AMG ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี (ambient lighting)

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

หลังคาพาโนรามิกกลาสมาพร้อมไฟส่องสว่างเป็นดาวสามแฉก 162 ดวงและยังสามารถเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเทคโนโลยี Polymer Dispersed Liquid Crystal แบ่งโซนการใช้งานได้ 9 โซน ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL Plus แอร์อัตโนมัติ THERMOTRONIC 4 โซน

ลำโพง Burmester® 4D surround sound system ทรงพลังด้วยลำโพงคุณภาพสูงและรอบห้องโดยสารช่วยมอบเสียงเพลงที่คมชัดสมจริงราวกับอยู่ในสตูดิโอ มาพร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos® ถ่ายทอดเสียงได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา ที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างรื่นรมย์

ขุมพลังไฟฟ้าจากสถาปัตยกรรม 800V

 Mercedes-Benz C 400 4MATIC

ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลังรวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 94 kWh ให้กำลังสูงสุด 490 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร

ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 760 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 894 กิโลเมตร (NEDC) น้อยกว่า BMW i3 ประมาณ 900 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,059 กิโลเมตร (NEDC)

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.1 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 300 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร และ AC 11-22 kW

รองรับการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Vehicle-to-Load (V2L) ไปยังบ้าน Vehicle-to-Home (V2H) และโครงข่ายสาธารณะ Vehicle-to-Grid (V2G)

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีด มาพร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO, COMFORT, SPORT, INDIVIDUAL สามารถปรับค่าเองได้ ลากจูงได้สูงสุด 1,800 กิโลกรัม

ระบบเบรกแบบ One-Box (One-Pedal) คือระบบเบรกที่รวมทุกฟังก์ชันหลัก ๆ (รวม Booster, Master Cylinder และ ESP®) ไว้ในโมดูลเดียว ทำให้เบรกตอบสนองไวขึ้นควบคุมง่าย

พร้อมระบบช่วยแปลงพลังงานกลับหลังจากเบรก Regenerative สูงสุดราวๆ 300 kW ปรับความหน่วงได้ 4 ระดับ ได้แก่ D-, D, D+, D Auto พร้อมระบบเบรกแบบ Regenerative 4 ระดับ

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

ผสานการทำงานด้วยระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIRMATIC และโฟมช่วยลดเสียงรบกวน ยกระดับการขับขี่ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวลและน่าประทับใจในทุกเส้นทางเป็นออปชันเสริมผ่านพื้นฐานช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบ 4 Link และด้านหลังแบบมัลติลิงค์

ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Rear Axle Steering ทำให้ทุกการขับขี่ง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยล้อหลังที่สามารถเลี้ยวได้มากถึง 4.5 องศาในทิศทางตรงกันข้ามกับล้อหน้าในความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 2.5 องศาในความเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ในชื่อ MB.DRIVE ประกอบด้วยกล้องรอบคันสูงสุด 10 ตัว เซนเซอร์เรดาร์ 5 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว ที่รวบรวมระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist)
  • ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist)
  • ช่วยจำกัดความเร็วแบบแอ็คทีฟ (Speed Limit Assist)
  • รักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC)
  • ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Lane Keeping Assist)
  • ช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist)
  • ช่วยการนํารถเข้าจอดอัตโนมัติ (Automatic Parking Assist)
  • เตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
  • ป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE–SAFE® system)
  • ป้องกันก่อนเกิดเหตุสําหรับด้านข้าง (PRE–SAFE® impulse side)
  • ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill–Start Assist
  • สร้างเสียงจําลองสําหรับเตือนผู้ใช้ถนน (Acoustic presence indicator)
  • ช่วยการทรงตัวและดึงรถกลับเข้าช่องจราจรขณะหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางฉุกเฉิน
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Centering)
  • เปลี่ยนเลนอัตโนมัติในเขตเมืองเมื่อคุณเปิดไฟเลี้ยว Lane Change Assist Plus ตามมาในภายหลัง

กล้องรอบคัน 360° ที่ให้การแสดงผลแบบ Transparent bonnet ที่จะแสดงภาพใต้ท้องรถแบบ real-time ทำให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างสะดวกสบายเมื่อขับขี่ในโหมด Off-Road อุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินแบบ TIREFIT

ถุงลมนิรภัยรอบคัน เตือนแรงดันลมยาง ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light) เตือนเข็มขัดนิรภัยบนหน้าจอสําหรับผู้โดยสารด้านหลัง และ ควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)

Mercedes-Benz C 400 4MATIC

Mercedes-Benz C-Class Electric ขายรุ่นเดียว C 400 4MATIC ขายต้นปี 2027 โดยจะมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังเสริมทัพในปี 2028 ส่วนเมืองไทยพบกันแน่นอน

ที่มา Mercedes-Benz

 

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts