สำรวจตลาด EV งบราคา 1,500,000 – 2,000,000 บ. รุ่นไหนน่าใช้กว่า

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในพิกัดราคา 1.5 – 2.0 ล้านบาท ในตลาดประเทศไทย ถือเป็นช่วงราคาที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นกลุ่มที่ขยับจากรถ EV พิกัดเริ่มต้น (Mass Market) ขึ้นมาสู่กลุ่ม Premium-Standard และ High-Performance ซึ่งจะได้ทั้งเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัย ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น และแบรนด์ระดับสากล

1. กลุ่มรถ SUV และ Crossover ยอดนิยม

Tesla Model Y

    • รุ่นย่อยในงบ: Rear-Wheel Drive (ขับหลัง) ราคาประมาณ 1,719,000 บาท (หรือรุ่น Long Range AWD ตัวเริ่มต้นบางช่วงโปรโมชันจะขยับลงมาแตะเกือบ 1.99 ล้านบาท)

    • จุดเด่น: พื้นที่ห้องโดยสารและเก็บสัมภาระกว้างขวาง เหมาะกับเป็นรถครอบครัว ระบบ Autopilot และ FSD ที่เสถียร รวมถึงเครือข่าย Supercharger ที่ครอบคลุม

KIA EV5

  • Earth Long Range (ขับหน้า) ราคา 1,599,000 บาท
  • Earth Exclusive AWD ราคา 1,799,000 บาท
  • GT-Line AWD ราคา 1,899,000 บาท

จุดเด่น: รถ SUV ทรงกล่องดีไซน์ล้ำยุค ภายในห้องโดยสารเน้นความเอนกประสงค์แบบครอบครัวสายแคมปิ้ง มีโต๊ะพับด้านหลังและตู้เย็น/ตู้รักษาอุณหภูมิในรถ รวมถึงระยะทางวิ่งในรุ่น Long Range ที่ไกลเป็นพิเศษ

Volvo EX30

  • Core – Single Motor Extended Range ราคาเริ่ม 1,590,000 บาท

  • Ultra – Single Motor Extended Range ราคาเริ่ม 1,790,000 บาท

  • Ultra – Twin Motor Performance ราคาเริ่ม 1,890,000 บาท

จุดเด่น: Premium Compact SUV จากสแกนดิเนเวียน ตอบโจทย์คนชอบรถไซส์คล่องตัวในเมืองแต่สมรรถนะสูง โดยเฉพาะรุ่น Twin Motor ที่แรงระดับ 428 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.6 วินาที และระบบความปลอดภัยตามมาตรฐาน Volvo

2. กลุ่มรถ Sedan และ Fastback สไตล์สปอร์ตพรีเมียม

Tesla Model 3 (MY2026)

  • Premium Long Range RWD ราคาเริ่มต้น 1,599,000 บาท
  • Premium Long Range AWD ราคาเริ่มต้น 1,799,000 บาท

จุดเด่น: สำหรับโฉมล่าสุดมีการอัปเกรดความนุ่มนวลของช่วงล่างและการเก็บเสียงที่ดีขึ้นมาก โดดเด่นเรื่องความประหยัดพลังงาน และในงบนี้สามารถเลือกได้ถึงรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ที่วิ่งได้ระยะทางไกลเป็นพิเศษ (เกิน 600 กม. WLTP)

Hyundai IONIQ 6

  • รุ่น Exclusive ราคาประมาณ 1,899,000 บาท

จุดเด่น: รถซีดานทรงสปอร์ตสตรีมไลน์ (Streamliner) ที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์ย้อนยุคแต่ล้ำสมัย (Retro-Futuristic) ห้องโดยสารเงียบ และรองรับสถาปัตยกรรมแรงดันไฟสูง ชาร์จไฟเข้าได้เร็วมาก

MINI Aceman / MINI Cooper Electric

รุ่นย่อยในงบ: The New All-Electric MINI Aceman (Crossover ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด) เปิดราคาประมาณ 1,755,000 บาท

จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว ดีไซน์มีเอกลักษณ์สไตล์ MINI และฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Go-kart feeling ที่สนุกสนาน มีเทคโนโลยีหน้าจอ OLED ทรงกลมตรงกลางที่เป็นเอกลักษณ์

3. กลุ่มรถสเปกสูงจากแบรนด์จีน (สำหรับงบเหลือๆ)

หากขยับลงมาดูรุ่นท็อปของแบรนด์จีนในกลุ่มพิกัด 1.2 – 1.4 ล้านบาท จะมีหลายรุ่นที่ทำราคาในรุ่นย่อยสูงสุด (ท็อปสุด) มาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายเงินน้อยกว่างบที่ตั้งไว้ แต่ได้ออปชันจัดเต็ม

GWM ORA 07 (รุ่น GT): ราคาประมาณ 1,499,000 บาท รถสปอร์ตคูเป้ท้ายลาด มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับสนุก มีสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า

Screenshot

Deepal S07 / L07: ราคาอยู่ในช่วง 1,329,000 – 1,399,000 บาท ซึ่งต่ำกว่างบเล็กน้อย แต่ได้ตัวรถขนาดใหญ่และออปชันไฮเทคครบครัน

คำแนะนำในการเลือก:

  • หากเน้น ความคุ้มค่า ระบบช่วยเหลือการขับขี่ และปล่อยใจสบายเรื่องสถานีชาร์จ -> แนะนำ Tesla Model 3 หรือ Model Y

  • หากเน้น รถครอบครัว สายกิจกรรม พื้นที่กว้างและดีไซน์มีสไตล์ -> แนะนำ KIA EV5

  • หากเน้น แบรนด์ยุโรป ขับสนุก มุดง่ายในเมือง และแรงติดเบาะ -> แนะนำ Volvo EX30

อ่านข่าวรถ EV เพิ่มเติม คลิก

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts