แก้ปัญหาถนนพัง! คมนาคมเตรียมใช้ใบสั่งอัตโนมัติคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

คมนาคมเร่งขับเคลื่อนระบบขนส่งของประเทศ ด้วยกรอบการทำงาน 4 มิติ 5 ภารกิจ 6 เป้าหมาย เดินหน้าเร่งกฎหมายสำคัญของระบบขนส่ง ตรึงค่าโดยสารเพื่อประคองค่าครองชีพประชาชน แก้ปัญหาถนนพัง จากรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน ด้วยระบบใบสั่งอัตโนมัติและเทคโนโลยีคัดกรองน้ำหนัก พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในระยะยาว 

กระทรวงคมนาคม เปิดโต๊ะหารือเชิงรุก

เปิดโต๊ะคุยร่วมวุฒิสภา เร่งดันกฎหมายคมนาคม

กระทรวงคมนาคมเปิดมิติใหม่ของการทำงาน เร่งผลักดันการดูแลระบบขนส่งของประเทศ

โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโต๊ะหารือเชิงรุกกับคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา เพื่อประสานการทำงานระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ในการผลักดันกฎหมายสำคัญและแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เห็นผลมากขึ้น โดยย้ำว่าทุกมาตรการจะต้องให้ความสำคัญกับประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก 

 

เร่งกฎหมายตั๋วร่วมและระบบราง

สำหรับการหารือครั้งนี้เป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของประชาชนในประเทศ 

โดยคณะกรรมาธิการฯ ชื่นชมกรอบการทำงาน “4 มิติ (บก ราง น้ำ อากาศ) 5 ภารกิจ 6 เป้าหมาย” ของกระทรวงคมนาคม พร้อมให้ความร่วมมือช่วยผลักดันกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณา

หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ที่ถูกมองว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้มากขึ้นในอนาคต รวมถึง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่จะช่วยยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตรึงราคาค่าโดยสาร

ราคาน้ำมันผันผวน คมนาคมยังตรึงค่าโดยสาร

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึง คือสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมีความผันผวน ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะยังคงตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพของประชาชนในช่วงนี้

นอกจากนี้ จะมีการดูแลผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือมูลค่ารวมกว่า 2,060 ล้านบาท สำหรับช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ให้บริการขนส่งหลายกลุ่ม โดยแบ่งเป็น

  • 1,458 ล้านบาท สำหรับกลุ่มรถบรรทุก รถจักรยานยนต์สาธารณะ และแท็กซี่
  • 601 ล้านบาท สำหรับรถตู้ รถมินิบัส รถสองแถว และรถโดยสารของ บขส.

ซึ่งมาตรการนี้ถูกวางให้เป็นการช่วยทั้งฝั่งประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ต้นทุนด้านพลังงานส่งผลต่อราคาค่าโดยสารมากกว่านี้

 

ออกใบสั่งออนไลน์ รถบรรทุกน้ำหนักเกิน

เตรียมใช้ใบสั่งออนไลน์คุมรถบรรทุก แก้ปัญหาถนนพัง

ไฮไลท์สำคัญในการหารือ คือการแก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นต้นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ถนนชำรุดและเกิดอุบัติเหตุ 

โดยกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นตรงกันว่าจะต้องใช้มาตรการเข้มข้นในการปราบปรามและบริหารจัดการควบคู่กัน

  • ด้านการบังคับใช้กฎหมาย 

เตรียมนำเทคโนโลยีระบบคัดกรองน้ำหนัก WIM (Weigh-In-Motion) มาติดตั้งบนเส้นทางสายรองและจุดสำคัญ เพื่อใช้คัดกรองรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และส่งข้อมูลให้ตำรวจทางหลวงดำเนินการออกใบสั่งอัตโนมัติ โดยจะเริ่มนำร่องที่สถานีหนองแค จังหวัดสระบุรี

  • ด้านการบริหารจัดการ 

มีการเสนอให้กระทรวงคมนาคมสร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมข้อมูล GPS เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรมรถบรรทุกที่มีการบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมปรับแนวทางกำกับดูแลให้เข้ากับเทคโนโลยีรถบรรทุกรุ่นใหม่ที่มีระบบกระจายน้ำหนักได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเปิดทางให้ผู้ประกอบการที่ต้องการบรรทุกสินค้าเพิ่ม สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมหรือภาษีเพิ่มอย่างถูกต้อง แทนการลักลอบบรรทุกเกินน้ำหนักจนต้องเสียค่าปรับ ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้มากกว่าเดิม

 

คุมเข้มความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง

คุมเข้มความปลอดภัยไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ 

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน ในการประชุมครั้งนี้ มีการเสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • กรมทางหลวง 
  • กรมทางหลวงชนบท 
  • การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 
  • การรถไฟแห่งประเทศไทย 

เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มากขึ้น

ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องมีแผนจัดการจราจรที่ชัดเจน และต้องมีวิศวกรความปลอดภัยระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป ทำหน้าที่กำกับดูแลหน้างานโดยตรง

หากพบว่าผู้รับจ้างฝ่าฝืนข้อกำหนด ผู้ควบคุมงานสามารถสั่งระงับการก่อสร้างได้ทันที และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าปรับรายวันตามสัญญา

 

Landbridge เดินหน้าต่อ เปิดทางเอกชนลงทุนเต็มรูปแบบ

สำหรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ Landbridge ระยะทาง 89.35 กิโลเมตร ที่ถูกวางให้เป็นเส้นทางเพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่ง โดยกระทรวงคมนาคมจะยังคงเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง

แนวทางล่าสุดคือการเปิดโอกาสให้เอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาเป็นผู้ออกแบบและลงทุนงานก่อสร้างทั้งหมด เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐ

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเดินหน้าโครงการในขั้นตอนต่อไป

 

สำหรับการประชุมหารือครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าต้องการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่ออุดช่องโหว่และยกระดับการทำงานให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น

ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาระบบคมนาคมให้สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา มีราคาเหมาะสม เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

ข้อมูลจาก : กรมประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts