โตแบบก้าวกระโดด! Leapmotor ฉลองส่งมอบรถทั่วโลกทะลุ 1.5 ล้านคัน กางแผนบุกไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เต็มสูบ

Leapmotor ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ว่า ยอดส่งมอบรถยนต์สะสมในตลาดโลกของทางค่ายได้ก้าวข้ามหลัก 1,500,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Leapmotor

หากนับตั้งแต่เริ่มส่งมอบรถยนต์คันแรกในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2019 อัตราการเติบโต ถือว่าไต่ระดับความชันขึ้นเรื่อยๆ โดยค่ายใช้เวลาจนถึงเดือนตุลาคม ปี 2024 ในการบรรลุยอดส่งมอบสะสม 500,000 คันแรก ก่อนจะใช้เวลาอีกเพียงแค่หนึ่งปีหลังจากนั้นในการทุบสถิติแตะหลัก 1,000,000 คัน ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 ตัวเลขส่งมอบรายเดือนทั่วโลกเพิ่งจะสร้างสถิติใหม่ ด้วยจำนวน 81,569 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับปี 2026 นี้ Leapmotor ได้ตั้งเป้าหมายยอดส่งมอบทั่วโลกในระดับที่ดุดันถึง 1,000,000 คัน แบ่งสัดส่วนออกเป็นยอดขายภายในประเทศจีนประมาณ 850,000 ถึง 900,000 คัน และโควตาสำหรับบุกตลาดต่างประเทศอีก 100,000 ถึง 150,000 คัน

กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และโครงสร้างราคาในตลาดจีน

กลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทในปีนี้จะเน้นการสร้างความสมดุลให้กับไลน์อัพสินค้า:

  • รถยนต์รุ่นใหม่: คาดว่าจะสร้างสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 40% ของยอดขายรวมทั้งปี
  • รถยนต์รุ่นปรับโฉม: โมเดลปัจจุบันที่มีการอัปเดตสเปกจะรับหน้าที่แบกยอดส่งมอบในสัดส่วน 60% ที่เหลือ
  • ขยับสู่ตลาดพรีเมียม: ไลน์อัพรถยนต์ระดับไฮเอนด์ตระกูล D-Series จะถูกผลักดันให้มีสัดส่วนยอดขายที่สูงขึ้น เพื่อปรับโครงสร้างผลกำไรโดยรวมของแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการทำตลาดในประเทศจีน Leapmotor ยังคงใช้รถยนต์ตระกูล C-Series เป็นหัวหอกในการเจาะกลุ่มรถยนต์สำหรับครอบครัวในพิกัดราคา 120,000 ถึง 250,000 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราวๆ 564,000 ถึง 1,175,000 บาท) ขณะที่ตระกูลน้องเล็กระดับเริ่มต้นอย่าง A-Series ในพิกัดราคา 60,000 ถึง 120,000 หยวน (ประมาณ 282,000 ถึง 564,000 บาท) จะรับหน้าที่เป็นตัวสร้างยอดขายในเชิงปริมาณให้เติบโต

Leapmotor

การบุกตลาดต่างประเทศและยุทธศาสตร์ฐานการผลิต

ปัจจุบันเครือข่ายธุรกิจของ Leapmotor ครอบคลุมไปมากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยมีหน้าร้านรวมถึงศูนย์บริการทั่วโลกรวมกันมากกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งเริ่มสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจในต่างแดนได้แล้ว ที่น่าสนใจคือ แบรนด์สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากกว่า 30% ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่ประเทศอิตาลี

และเพื่อเป็นการลดกำแพงภาษีนำเข้า รวมถึงการบริหารต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Leapmotor กำลังเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์การตั้งฐานการผลิตแบบคู่ขนาน “ยุโรป + เอเชียตะวันออกเฉียงใต้”:

  • ฝั่งยุโรป: เตรียมเริ่มการก่อสร้างโรงงานของตัวเองภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และมีกำหนดการเริ่มประกอบรถยนต์ในรูปแบบ CKD ที่โรงงานของ Stellantis ในประเทศสเปนภายในไตรมาสที่ 4
  • ฝั่งเอเชียและสากล: เดินหน้าขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงประเทศไทย) และตะวันออกกลางอย่างเต็มตัว โดยจะมีการปรับเซ็ตสเปกและองค์ประกอบของตัวรถให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบชาร์จไฟในแต่ละประเทศ

สถิติยอดขายสะสม สะท้อนให้เห็นถึงสปีดการเติบโตที่น่ากลัวมาก เพราะยอด 500,000 คันแรกพวกเขาต้องใช้เวลาลากยาวถึง 64 เดือน แต่ขยับมาเป็น 500,000 คันที่สองใช้เวลาเหลือเพียง 12 เดือน และ 500,000 คันล่าสุดใช้เวลาสั้นลงไปอีกแค่ 8 เดือนเท่านั้น

ถ้าพวกเขาต้องการจะไปให้ถึงเป้าหมาย 1 ล้านคันในปี 2026 การทำยอดสะสมขยับขึ้นอีก 500,000 คันในล็อตถัดไปจะต้องเร่งสปีดให้เร็วกว่าเดิม ประเมินได้ว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน พวกเขาต้องปิดจ๊อบให้ได้ภายในเวลา 5 เดือน ซึ่งหมายความว่านับจากนี้ไป ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนจะต้องแตะระดับ 100,000 คันต่อเดือนให้ได้ มารอดูกันว่าการจับมือกับ Stellantis บุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการเตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการด้วยรถครอสโอเวอร์และแฮทช์แบ็กไฟฟ้าพิกัดราคาเป็นมิตร จะเป็นแรงส่งสำคัญให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายยอดขายล้านคันได้หรือไม่

Source: CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts