ในที่สุด Mercedes-Benz ก็ได้เผยตัวจริงกับเจเนอเรชันที่ 2 ของ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé ใหม่หมดในรอบ 8 ปีของการจำหน่ายในรหัส C590

ดีไซน์ภายนอกมีลักษณะตัวถังแบบ Wide Body สะท้อนดีเอ็นเอของรถมอเตอร์สปอร์ตที่ขับขี่ได้จริงสำหรับ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé
ตัวรถในร่างฟาส์ทแบ็ก 5 ประตู

เริ่มที่ กระจังหน้าแบบ AMG-specific radiator grille แบบดเรืองแสง ไฟหน้า DIGITAL LIGHT แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปทรง Star Shaped
ช่องดักลมและชุดกันชนหน้าถูกออกแบบให้เน้นประสิทธิภาพแอโรไดนามิก รับกับฝากระโปรงหน้าดีไซน์เป็นลอนชุดกันชนหน้าใหม่พร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ดูดีกว่า
หลังคาพาโนรามิกกลาสแบบ SKY CONTROL ป้องกันรังสียูวี กรองแสงได้ กรอบกระจกสีดำเข้มเสริมเสน่ห์ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูแบบเรียบเนียนกับตัวถังรถ แบบ Flush-fitting

ด้านท้ายเด่นด้วยไฟท้าย LED ทรงกลม 6 ดวงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ GT XX พร้อมด้วยดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่รับอากาศจากระบบแอโรไดนามิกแบบเวนทูริสองขั้นตอนใต้ท้องรถ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดที่ความเร็วสูงกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟที่สามารถยืด-หด และปรับองศาเอียงได้อัตโนมัติตามความเร็วรถและโหมดการขับขี่ เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) และลดแรงต้านอากาศ (Drag) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ล้ออัลลอยขนาด ตั้งแต่ขนาด 19-21 นิ้ว พร้อมยาง 19 นิ้ว ยางหน้า 255/45ZR19 ยางหลัง 285/40ZR19, ยาง 20 นิ้ว ยางหน้า 265/40ZR20 ยางหลัง 295/35ZR20, ยางใหญ่สุด 21 นิ้ ยางหน้า 275/35ZR21 ยางหลัง 315/30ZR21 ใช้แพลตฟอร์มใหม่หมดจากสถาปัตยกรรม AMG.EA เพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ
- ความยาว 5,094 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,959 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,411 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,040 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,460- กิโลกรัม
- พื้นที่สัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า 41 ลิตร
ภายในล้ำ

ภายในแฝงด้วยความดุดิบตั้งแต่แผงคอนโซลหน้าดีไซน์คล้ายกับ Mercedes-Benz CLA และ S-Class ปรับโฉมมาในแบบ หน้าจอ 3 จอเริ่มที่
หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล Digital Instrument clusters 10.2 นิ้ว เข้าหน้าจอกลางต่อเนื่องกันขนาด 14.0 นิ้ว แบบเอนหาฝั่งคนขับ Infotainment แบบ MBUX Superscreen รวมการทำงานของเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิกับระบบความบันเทิง MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เอาไว้ด้วยกัน
ติดตั้งเทคโนโลยีและระบบการสื่อสารต่างๆจัดมาแบบเต็มพิกัดพร้อมส่งมอบประสบการณ์อันเหนือระดับแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปอีกขั้น และคนนั่ง 14.0 นิ้ว

ปุ่มกดแบบดั้งเดิมถูกตัดออกเกือบหมด โดยระบบปรับอากาศถูกย้ายไปสั่งการผ่านหน้าจอกลาง ติดตั้ง ปุ่มหมุน AMG RACE ENGINEER 3 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลางเพื่อใช้ปรับโหมดการขับขี่ การปรับตั้งช่วงล่าง และระบบสมรรถนะต่างๆ ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light พร้อมระบบเสียง BURMESTER High End 4D


เบาะนั่งแบบรถแข่งหุ้มด้วยหนังและไมโครไฟเบอร์ ขณะที่เบาะหลังแบบแยกส่วน พร้อมที่วางเท้าแบบใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารมีหน้าจอควบคุมระบบปรับอากาศแยกส่วนติดตั้งท้ายคอนโซลกลาง โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 4 ที่นั่ง และ 5 ที่นั่ง (เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40) ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุสูงสุด 507 ลิตร
ขุมพลังไฟฟ้า 800V

ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบบ Axial Flux ที่พัฒนาร่วมกับ YASA ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบากว่ามอเตอร์ทั่วไปอย่างมาก แต่สามารถให้พละกำลังและแรงบิดมหาศาลในระดับที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Porsche TAYCAN
มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออออนขนาด 106 kWh ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมต่อชั่วโมง เมื่อเข้าโหมด Drivers Package โดยมี 2 ทางเลือกเริ่มที่
- รุ่น GT 55 4-Door Coupé ให้กำลังรวม 816 แรงม้า แรงบิด 1,800 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 700 กิโลเมตร (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.8 วินาที
- รุ่น GT 63 4-Door Coupé ให้กำลังรวม 1,169 แรงม้า แรงบิด 2,000 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 696 กิโลเมตร (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.1 วินาที
รองรับการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Vehicle-to-Load (V2L) ไปยังบ้าน Vehicle-to-Home (V2H) และโครงข่ายสาธารณะ Vehicle-to-Grid (V2G)
ชาร์จเร็ว DC กำลังสูงสุด 600 kW 10-80% ภายใน 11 นาที ชาร์จเร็ว 10 นาที เพิ่มระยทางได้ 460 กิโลเมตรในรุ่น GT 63 4-Door Coupé และ GT 55 4-Door Coupé 462 กิโลเมตร ชาร์จช้า AC สูงสุด 11 kW

ขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ถูกปรับจูนมีให้การตอบสนองการใช้งานให้สามารถเข้าโค้งได้ปลอดภัยและรวดเร็วโดยไม่เสียการควบคุม ด้วยการกระจายกำลังที่สั่งการจากระบบต่างๆอย่างเหมาะสมและแม่นยำตามสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถทำเวลาในสนามแข่งได้ดีที่สุดสามารถกระจายแรงบิดล้อหน้า–ล้แหลังแบบเรียลไทม์
พร้อม Torque Vectoring ที่ล้อหลังซ้าย–ขวาแยกอิสระ ทำให้การเข้าโค้งแม่นยำ ลดอาการหน้าดื้อ และถ่ายทอดพลังออกจากโค้งได้อย่างมั่นใจ
พร้อมช่วงล่างถุงลม AMG ACTIVE RIDE CONTROL สามารถปรับความสูงและความหนืดได้ตามโหมดการขับขี่ สู่ความเฉียบคมในการขับขี่อย่างเฉียบขาด ติดตั้งกันโคลงแบบไฮดรอลิก ช่วยลดอาการเอียงตัวในโค้งโดยไม่ต้องใช้เหล็กกันโคลงแข็งๆ ระบบควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลัง (AMG Rear Axle Steering) ทำให้ทุกการขับขี่ง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยล้อหลังที่สามารถเลี้ยวได้
มีระบบสร้างเสียงเครื่อง V8 จำลอง AMGFORCE S+ สร้างประสบการณ์เสียงเครื่องเต็มรูปแบบ พร้อมแรงสั่นสะเทือนและจังหวะเปลี่ยนเกียร์จำลอง ใช้ไฟล์เสียงมากกว่า 1,600 ชุด ประมวลผลแบบเรียลไทม์ สร้างอารมณ์ขับขี่แบบ AMG เวอร์ชันสันดาปแม้คันนี้จะเป้นไฟฟ้าก็ตาม

Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เจนใหม่ทั้ง รุ่น GT 55 4-Door Coupé และรุ่น GT 63 4-Door Coupé พร้อมขายเร็วๆนี้
ที่มา Mercedes-Benz










