More

    BYD ATTO 3 EVO สเปกโครตโหด 449 ม้า วิ่งไกล 510 กม.ขายยุโรป

    แน่นอนว่ายุโรปได้ใช้ก่อนใครกับ BYD ATTO 3 EVO มาพร้อมพลังใหม่แรงขึ้นกว่าครั้งไหนๆเอาใจสาวกบ้าพลังพร้อมหน้าตาใหม่แบบเดียวกับสเปกจีน

    ภายนอกปรับโฉม

    BYD ATTO 3

    BYD

    เริ่มที่กันชนหน้าใหม่ออกแบบช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมูใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมออกแบบม่านอากาศ Air Curtain ข้างๆมุมกันชนทั้ง 2 ข้างใหม่ ให้มีความโดดเด่นกว่าเดิมในขณะที่ด้านข้างออกแบบกระจกเสา D ให้มีความสปอร์ตมากขึ้น และกรอบเสา D เล็กลงกลมกลืนกับกรอบประตูสีเงิน หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ราวหลังคาบื๊วอิน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน

    BYD

    ด้านท้ายออกแบบใหม่ทั้งไฟท้าย LED แนวยาวดีไซน์ปีกนกไส้ในชุดไฟปรับใหม่เน้นความทันสมัย สปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ให้ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED แยกเป็นสองช่อง กันชนหลังดีไซน์ใหม่เน้นความสปอร์ตมากขึ้นด้วยคิ้วใต้กันชนหลังดีไซน์ใหญ่ขึ้นและล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 215/50R18 สร้างจากพื้นฐาน BYD’s e-platform 3.0 ด้วยมิติตัวรถตั้งแต่

    • ความยาว 4,455 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,875 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร
    • ความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร
    • น้ำหนักรถ 1,880-1,990 กิโลกรัม
    • ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า 110 ลิตร

    ภายในใหม่

    BYD BYD

    เบาะนั่งบักเก็ทซีทใหม่โดยหมอนพิงศรีษะแยกออกจากตัวเบาะ เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 พร้อมพื้นที่สัมภาระมากถึง 1,360ลิตรเมื่อพับเบาะลงและ 490 ลิตร กรณีไม่พับเบาะ เบาะไฟฟ้าคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางสำหรับคนขับและ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง

    BYD BYD BYD

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงท้ายตัดพร้อมตราโลโก้ BYD คอนโซลกลางใต้จอออกแบบใหม่ย้ายคันเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัยหรือเรียกกันว่า เกียร์คอ ใต้ช่องแอร์ และมาตรวัดความเร็วจอสีขนาดใหม่ LCD 8.8 นิ้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้า W-HUD ขนาด 12 นิ้ว หน้าจอสัมผัส Infotainment มีตั้งแต่ขนาด 15.6 นิ้ว แนวนอน ปรับหมุมไม่ได้ เชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple Car Play กับ Android Auto พร้อมแอป Google ที่ติดตั้งไว้ รวมถึง Maps, Assistant และ Play Store  ลำโพง Dirac HD Sound 8 จุด

    BYD BYD

    ระบบเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อม CN95 Filter ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light บริเวณมือจับประตู ปรับสีได้ 31 สี ได้ไฟกะพริบตามจังหวะเพลง มีที่ชาร์จไร้สายกำลังชาร์จ 50W Karaoke แอปพลิเคชันร้องคาราโอเกะ บนรถได้ เชื่อมต่ออัจฉริยะ BYD DiLink กุญแจแบบคีย์การ์ด พร้อมระบบ Keyless Start

    ความสะดวกสบายทั้งช่องจ่ายไฟ 12V 120w 1 จุด ที่คอนโซลกลาง มีช่องเสียบ USB-C อย่างละ 2 พอร์ต ที่คอนโซลกลาง กำลัง 60W และช่อง USB-C อย่างละ 2 พอร์ตกำลัง 18W สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

    BYD

    กล่องใส่แว่นตาบริเวณหลังคาฝั่งคนขับ ที่บังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกและไฟตกแต่งแบบ LED กระจกไฟฟ้า 4 บานแบบ One-touch พร้อมระบบป้องกันการหนีบ Anti-Pinch

    ขุมพลังไฟฟ้าใหม่

    BYD

    มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ Blade LFP จาก FinDreams ขนาด 74.8 kWh ที่มีถึง 2 ทางเลือกเริ่มที่

    รุ่น Design มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวเปลี่ยนมาเป็นขับเคลื่อนล้อหลังจากเดิมเป็นขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังมากขึ้นสูงถึง 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 510 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 600 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.5 วินาที

    รุ่น Excellence AWD มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังมากขึ้นสูงถึง 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 560นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 553 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที

    บนพื้นฐานแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้าสูง 800V ซิลิคอนคาร์ไบด์ SiC control system 1,200V พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ high-performance 23,000 RPM พัฒนาใหม่และสามารถชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 220 kW เร็วขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า ชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 220 kW 10-80% ภายใน 25 นาทีและชาร์จกระแสสลับ AC 11 kW 3 เฟส 0-100% ภายใน 8 ชั่วโมง

    มีระบบ V2L (Vehicle To Load) จ่ายไฟฟ้าได้ 3.3 kW และดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative braking) มั่นใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed พร้อมโหมดการขับขี่สามโหมดทั้ง Eco, Standard และ Sport พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังมัลติลิงก์ (Multi-Link) 5 จุด

    มอบความอุ่นใจขณะเดินทางด้วย ADAS

    BYD

    • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go (ACC-S&G)
    • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
    • เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า Front Cross Traffic Alert (FCTA)
    • เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
    • เตือนจุดอับสายตา Blind Spot Monitoring (BSD)
    • ช่วยเตือนเมื่อขับรถออกนอกเลน Lane Departure Assist (LDA)
    • เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
    • เตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
    • จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
    • ช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริย  Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
    • ช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
    • เตือนก่อนเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
    • เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
    • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
    • เตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
    • ไฟส่องนําทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
    • ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HMA)

    BYD

    ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) กล้องมองรอบคัน 360 องศา ช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ (AVH) เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

    ถุงลมนิรภัยคู่หน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง–ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้า และถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า รวม 7 จุด ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ สามารถปิดระบบแจ้งเตือนคนข้ามถนนได้ เมื่อใส่เกียร์ P สามารถปิดไฟ Daytime Running Light ได้

    เบื่องต้น BYD ATTO 3 EVO เตรียมขายที่ยุโรปประเดิมตลาดที่อังกฤษ ส่วนเมืองไทยจะได้ใช้หน้าใหม่พลังใหม่แบบเดียวกับยุโรปหรือไม่ต้องติดตาม

    ที่มา BYD Europe

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts