มาเปิดตลาดพวงมาลัยขวาที่อังกฤษสำหรับ MGS9 PHEV 2026 ชื่อใหม่ของ MG RX9 ขายตะวันออกกลาง และ MG QS ขายออสเตรเลีย ในร่างเอสยูวีไซซ์ใหญ่

MGS9 PHEV 2026 กับ MG QS และ MG RX9 มาในร่างเอสยูวีหรูจากพื้นฐานของ ROEWE RX9 แปะตรา MG ดูมีเสน่ห์ขึ้นมาทันที
โดดเด่นด้วยไฟหน้า Full LED ขนาดใหญ่พร้อมเส้นไฟ LED Daytime ลากยาวเป็นรูปเลข 7 พร้อมโลโก้เอ็มจีติดขอบฝากระโปรงหน้ากระจังหน้าขนาดใหญ่แบบเกล็กมังกรดาวสีเงินล้อมกรอบแบบรูปตัววีด้านข้างซ้าย-ขวาส่วนบนใต้โลโก้และขอบล่างใต้ช่องระบายอากาศพร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED
ด้านข้างหรูหราเทียบเท่ารถยุโรปตั้งแต่หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่พร้อมราวหลังคาสีเงินดีไซน์บิ๊วอินน์เสาอากาศแบบครีบฉลามพร้อมกรอบกระจกสีเงินโครเมียมขนาดใหญ่ทั้งส่วนบนกับล่างลากยาวไปจนถึงเสา D กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวที่เปิดประตูแบบซ่อนรูปสมัยนิยมของรถยุคใหม่ คิ้วเสริมสีเงินโครเมียมขนาดเล็กบริเวณบังโคลนหน้าและประตูคู่หน้าและคิ้วชายล่างสีเงินโครเมียมรูปตัว L นอนครอบยาวตั้งแต่บังโคลนหน้าไปจนถึงประตูคู่หลัง
ด้านท้ายมาอย่างหรูด้วยไฟท้าย LED เส้นแนวนนอนลากยาวครอบทับตัวถังอย่างสวยพร้อมฝาท้ายไฟฟ้าสปอยเลอร์หลังและกันชนหลังดีไซน์ลงตัวด้วยคิ้วสีเงินครอบส่วนบนของลิ้นสปอยเลอร์หลังสีดำครอบคิ้วสีเงินโครเมียม ล้ออัลลอยเลือกได้ตั้งแต่ขนาด 20 กับ 21 นิ้วพร้อมยางจากค่าย Michelin ทั้งขนาดยาง 245/50R20 และ 255/45R21 ตัวรถมาในร่างเอสยูวีไซซ์กลางใหญ่โตทุกมิติตังแต่
- ความยาว 4,983 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,967 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,788 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,915 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,904-1,994 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร

ภายในตกแต่งลักชัวรีล้ำสมัยไฮเทคเริ่มที่แผงคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบเป็นเส้นแนวนอนติดตั้งจอคู่ขนาดใหญ่ประกอบด้วยมาตรวัดความเร็วดิจิทัลสี LCD ขนาด 12.3 นิ้วและจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้วรวมไว้ในชุดเดียวกันรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto
อลังการด้วยปุ่มฟังก์ชันการใช้งานใต้จอสัมผัสพร้อมปุ่ม Push Start พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัดและเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิอิสระ 3 โซนและลำโพง BOSE 12 จุดกับ 8 จุด

บริเวณคอนโซลเกียร์มาพร้อมด้ามเกียร์ดีไซน์กะทัดรัดปุ่มปรับโหมดการขับขี่มีเบรกมือไฟฟ้าและ AUTO HOLD ที่ชาร์จมือถือไร้สายพร้อมที่ท้าวแขนหุ้มด้วยหนัง
สัมผัสสบายแบบ 3 ตอน 7 ที่นั่ง 2+3+2 ด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทาง คนนั่ง 4 ทิศทางพร้อมระบบอุ่นเบาะและเบาะเย็น เบาะนั่งตอนที่ 2 ปรับเอนได้สุด 140 องศาและยังสามารถพับได้แบบ 60/40 เพิ่มพื้นที่ในการขนของได้มากขึ้นตั้งแต่ 550-1,027 ลิตร

ขุมพลังเป็นเบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 24.7 kWh วิ่งอีวีไกลสุด 100 กิโลเมตร (WLTP)
ให้เลือกทั้งรุนขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ intelligent 4WD พร้อมโหมดการขับขี่ไม่ว่าจะเป็น AUTO, SPORT, SNOW, ECO, and OFF-ROAD พวงมาลัยไฟฟ้า ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อประกอบด้วยด้านหน้ามาแบบแม็คเฟอร์สันสตัรทและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) หรือ MG Pilot ไม่ว่าจะเป็น
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Brake)
- ช่วยควบคุมความเร็ว SAS (Speed Assistance System)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- ช่วยควบคุมรถให้คงอยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
- ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
- ระบบช่วยจอด 360 Park Assist

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยรอบคัน กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมสัญญาณเตือนระยะการจอด กุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์
MGS9 PHEV 2026 เปิดราคาขายที่อังกฤษเริ่มต้น £34,205-£36,945 หรือราว 1,474,000-1,589,000 บาท และจะเป็นหนึ่งใน 9 รุ่นที่จะเปิดตัวในไทยตอลดปี 2026-2027
ที่มา MG UK










