วงการ Formula 1 กำลังมีการเปลี่ยนแปลง หลังกำหนดกติกาใหม่ ปี 2026 ให้เพิ่มสัดส่วนของพลังงานไฟฟ้าในระบบไฮบริดมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าค่ายใหญ่อย่าง BYD พิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้ามามีบทบาทในเวทีระดับโลกนี้
BYD เริ่มคุยกับผู้บริหาร F1
สำนักข่าวประเทศจีน ยืนยันว่า BYD กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการเข้าร่วม Formula 1 โดย Li Ke (หลี่ เค่อ) รองประธานบริหาร เปิดเผยว่าบริษัทได้มีการติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงของ F1 แล้ว รวมถึงมีการประชุมกับ Stefano Domenicali ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ F1 ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ และไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน
มีตัวเลือกมากกว่าเป็นทีมแข่ง
หลี่ เค่อ ระบุว่า BYD กำลังพิจารณาหลายแนวทางเพื่อเข้าร่วมวงการ F1 ในหลายบริบท
- เข้าร่วมในฐานะทีมแข่ง
- เป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนไฮบริด
- เข้าร่วมในฐานะพาร์ทเนอร์ หรือสปอนเซอร์
ซึ่งแนวคิดนี้บอกได้ว่า BYD กำลังมองวงการ F1 เป็นมากกว่าพื้นที่ในการสร้างภาพลักษณ์ แต่ยังเหมือนเป็นสนามในการทดสอบด้านวิศวกรรมและระบบอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2026 CarNewsChina สื่อประเทศจีน มีการรายงานว่า BYD เคยมีการประเมินสถานการณ์เพื่อวางตำแหน่งการแข่งขันกับแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Ferrari และ McLaren
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังไม่ได้มีการยืนยันแนวคิดนี้อย่างเป็นทางการ
กติกาใหม่ 2026 ปรับสมดุลใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
กฎใหม่ของ Formula 1 ในปี 2026 จะมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าในระบบไฮบริดมากขึ้น
โดยโครงสร้างของขุมพลังจะเน้น
- การกู้คืนพลังงาน (energy recovery)
- การจัดการและปล่อยพลังงาน (deployment systems)
ทำให้หลังจากนี้ สมรรถนะของรถจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการออกแบบระบบไฟฟ้า และการจัดการพลังงานทั้งระบบมากขึ้น
สถานการณ์นี้ถือว่าเข้าทาง BYD ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ดูแลได้ครบตั้งแต่แบตเตอรี่ไปจนถึงระบบขับเคลื่อน จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนทางเทคนิคของการแข่งขัน F1 ไม่ได้อยู่แค่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดการพลังงานในระบบย่อยหลายส่วน ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำอีกด้วย
F1 สนามทดสอบเทคโนโลยีราคาแพง
ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากมักใช้ Formula 1 เป็นพื้นที่ในการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนขั้นสูง แม้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
นอกจากนี้ กฎใหม่ในปี 2026 ยังถูกมองว่าจะช่วยเร่งให้เทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างวิศวกรรมของการแข่งขัน
เตรียมลุยสาย Performance เพิ่ม
ปัจจุบัน BYD เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก
- ยอดขายทั้งปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 4.6 ล้านคัน
- ไตรมาส 1 ปี 2026 ส่งมอบ 688,939 คัน (ลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
นอกจากแผนเข้าสู่วงการรถแข่งแล้ว BYD ยังเตรียมขยายไลน์อัปรถสมรรถนะสูงเพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยภาพภายในของซูเปอร์คาร์ Formula X (FCB) ซึ่งมีแผนผลิตจริงในปี 2027
โดยวางตำแหน่งให้เป็นรถต้นแบบที่โดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีความล้ำสมัย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ด้านวิศวกรรมสมรรถนะของแบรนด์ในอนาคต
ยังอยู่ในช่วงประเมิน แต่ทิศทางเริ่มชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแผนการเข้าร่วมรายการ Formula 1 ของ BYD กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่าจะเข้าร่วมในบทบาทไหน
ประเด็นหลักที่บริษัทให้ความสำคัญในตอนนี้คือ กฎใหม่ของ F1 จะมีความสอดคล้องกับทิศทางของกลยุทธ์ด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและวิศวกรรมสมรรถนะในระยะยาวของบริษัทมากน้อยขนาดไหน
ข้อมูลจาก :carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













