Vyrus Alyen 998 ไฮเปอร์ไบค์เอเลี่ยน ขุมพลัง Ducati 202 แรงม้า

Vyrus Alyen 998 ไฮเปอร์ไบค์ลิมิเต็ดเพียง 20 คัน ใช้ขุมพลัง Ducati Panigale 202 แรงม้า ตัวถังคาร์บอน น้ำหนักเบา 171 กก.

ชื่อของมอเตอร์ไซค์บางรุ่นอาจต้องตีความกันอยู่นาน แต่สำหรับ Vyrus Alyen 998 แทบไม่ต้องเดา เพราะคำว่า “Alyen” สื่อถึงคำว่า Alien หรือมนุษย์ต่างดาวได้ตรงกับรูปลักษณ์ของไฮเปอร์ไบค์คันนี้อย่างชัดเจน

นี่คือผลงานล่าสุดจาก Vyrus ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 40 ปีก่อนโดย Ascanio Rodorigo อดีตวิศวกรของ Bimota และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างมอเตอร์ไซค์ด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบ hub-centre steering

สำหรับ Alyen 998 โปรเจกต์นี้ใช้เวลาพัฒนานานถึง 9 ปี ผ่านต้นแบบมาแล้วไม่น้อยกว่า 57 เวอร์ชัน ก่อนที่รถโปรดักชันคันแรกจะถูกส่งมอบให้ลูกค้าในดูไบช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ขุมพลัง Ducati Panigale 1299 แรงถึง 202 แรงม้า

ระยะเวลาพัฒนาที่ยาวนานทำให้ Vyrus Alyen 998 เลือกใช้เครื่องยนต์ที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี นั่นคือขุมพลัง Superquadro V-Twin ขนาด 1,285 ซีซี จาก Ducati 1299 Panigale

แม้จะไม่ใช่เครื่องยนต์เจเนอเรชันล่าสุด แต่สมรรถนะยังอยู่ในระดับดุดัน ด้วยกำลังสูงสุดที่เคลมไว้ 202 แรงม้า ที่ 10,500 รอบต่อนาที

ตัวรถมีน้ำหนักพร้อมใช้งานเพียง 171 กิโลกรัม โดยยังไม่รวมเชื้อเพลิง 11 ลิตร ทำให้อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอยู่ในระดับที่สมกับการเป็นไฮเปอร์ไบค์เต็มตัว

เครื่องยนต์ V-Twin แบบ Desmodromic 8 วาล์ว มาพร้อมกระบอกสูบขนาดใหญ่ 116 มม. ส่งกำลังผ่านคลัตช์เปียกและเกียร์ 6 สปีด

Vyrus Alyen 998

จุดเด่นอยู่ที่ระบบบังคับเลี้ยวกลางดุม

แม้เครื่องยนต์ 202 แรงม้าจะน่าสนใจ แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงของ Vyrus Alyen 998 คือการออกแบบแชสซีและระบบบังคับเลี้ยว

ตัวรถใช้ระบบที่เรียกว่า Hydraulic Bearing Wired Steering System หรือ HBWSS ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบ hub-centre steering ที่ Vyrus เชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน

แทนที่จะใช้ก้านบังคับเลี้ยวขนาดใหญ่เหมือนรถต้นแบบหรือมอเตอร์ไซค์ hub-centre steering รุ่นก่อนหน้า ระบบของ Alyen ใช้สายเคเบิลสเปกเดียวกับงานอากาศยานเพื่อควบคุมทิศทางของล้อหน้า

ระบบยังออกแบบให้มีความปลอดภัยแบบสำรอง หากสายเคเบิลเส้นหนึ่งเกิดปัญหา อีกเส้นยังสามารถทำหน้าที่ควบคุมการเลี้ยวต่อได้

แนวคิดนี้ยังช่วยให้ทีมออกแบบสามารถแยกตำแหน่งแฮนด์และแกนบังคับเลี้ยวออกจากชิ้นส่วนระบบกันสะเทือนหน้าได้อย่างอิสระ จึงเกิดพื้นที่ว่างขนาดใหญ่บริเวณใต้แฮนด์ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของดีไซน์ Alyen 998

Vyrus Alyen 998

Hub-centre steering ต่างจากโช้กหน้าแบบทั่วไปอย่างไร

ระบบ hub-centre steering วางจุดหมุนของการบังคับเลี้ยวไว้บริเวณดุมล้อหน้า ผ่านชุดลูกปืนและกลไกเฉพาะทาง

ข้อดีสำคัญคือสามารถแยกแรงจากการเบรกออกจากการทำงานของระบบกันสะเทือนได้ ต่างจากโช้กหน้าแบบเทเลสโคปิกทั่วไปที่แรงเบรกจะส่งผ่านชุดสปริงและโช้กโดยตรง

ใน Alyen 998 ล้อหน้าถูกยึดด้วยสวิงอาร์มแบบสองด้าน ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงเบรกเข้าสู่เฟรมโดยตรง ช่วยให้การทำงานของระบบกันสะเทือนและการบังคับเลี้ยวมีความเป็นอิสระจากกันมากขึ้น

Vyrus Alyen 998

เฟรมแมกนีเซียม ตัวถังคาร์บอน

Vyrus ไม่ได้หยุดอยู่แค่การออกแบบระบบบังคับเลี้ยวที่ไม่เหมือนใคร แต่ยังเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาระดับสูงทั่วทั้งคัน

แผ่นเฟรมหลักรูปทรง Omega รวมถึงสวิงอาร์มหน้าและหลัง ผลิตจาก แมกนีเซียมอัลลอย พร้อมผ่านกระบวนการเคลือบผิวพิเศษเพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากรังสียูวี น้ำ และเกลือ

ล้อใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์จาก Rotobox ขณะที่แฟริ่งและชิ้นส่วนตัวถังจำนวนมากผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน

ล้อหน้าและหลังมีขนาด 17 นิ้ว ใช้ยางหน้าขนาด 120 และยางหลังขนาด 200 จับคู่กับยางสมรรถนะสูง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3

Vyrus Alyen 998

ช่วงล่าง Öhlins ออกแบบพิเศษทั้งหน้าและหลัง

ระบบกันสะเทือนของ Vyrus Alyen 998 มีความแตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไปไม่แพ้ระบบบังคับเลี้ยว

ตัวรถใช้โช้ก Öhlins TTX40 แบบ through-rod monoshock ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำงานร่วมกับชุดลิงก์แบบ twin-pivot ที่ออกแบบให้กดโช้กจากทั้งสองด้าน

แนวทางนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถควบคุมลักษณะการทำงานของระบบกันสะเทือนได้อย่างละเอียด และยังสอดคล้องกับโครงสร้างแชสซีเฉพาะตัวของรถ

Vyrus Alyen 998

ท่อไอเสียคู่ทรงสามเหลี่ยม กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ

อีกหนึ่งรายละเอียดที่สะดุดตาคือระบบท่อไอเสีย ซึ่งเดินออกไปยังส่วนท้ายของตัวรถ ก่อนจบด้วยปลายท่อขนาดใหญ่ทรงสามเหลี่ยมสองช่อง

ชุดปลายท่อถูกออกแบบให้กลมกลืนกับส่วนท้าย และยังทำหน้าที่เชิงโครงสร้างร่วมกับดีไซน์ของบังโคลนหลัง ทำให้รถดูคล้ายยานยนต์จากโลกอนาคตมากกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป

Vyrus Alyen 998

ผลิตเพียง 20 คัน ราคาคาดเกิน 100,000 ปอนด์

ความพิเศษทั้งหมดนี้ย่อมมาพร้อมราคาที่ไม่ธรรมดา แม้ Vyrus จะยังไม่ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่มีการประเมินว่า Alyen 998 จะมีราคาสูงกว่า 100,000 ปอนด์

ที่สำคัญ รถรุ่นนี้จะถูกผลิตเพียง 20 คันทั่วโลก เท่านั้น

เมื่อรวมขุมพลังจาก Ducati Panigale 1299 เข้ากับเฟรมแมกนีเซียม ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบบังคับเลี้ยวแบบ hub-centre steering และงานวิศวกรรมที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 9 ปี Vyrus Alyen 998 จึงไม่ใช่แค่ซูเปอร์ไบค์ราคาแพง แต่เป็นมอเตอร์ไซค์ระดับสะสมที่แสดงให้เห็นว่าโลกสองล้อยังมีพื้นที่สำหรับแนวคิดที่แตกต่างและสุดขั้วได้อีกมาก


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts