ยกระดับเส้นทางเชื่อมเหนือ – อีสาน! ทางหลวง 4 เลนใหม่ หนองพวง – เนินคนธา พร้อมใช้แล้ว

หลังจากนี้การเดินทางระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสะดวกมากขึ้น เพราะโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 2275 ช่วง หนองพวง – เนินคนธา จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากเดิมที่เป็นถนน 2 ช่องจราจร แต่ตอนนี้ยกระดับเป็นทางหลวง 4 ช่องจราจรเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยรองรับทั้งการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้าเกษตร และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น

ทล.2275 หนองพวง - เนินคนธา

ทางหลวง 4 เลนสายใหม่ สร้างเสร็จแล้ว

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2275 

  • สายบ้านหนองพวง – บ้านเนินคนธา จังหวัดเพชรบูรณ์ 
  • ช่วงกิโลเมตรที่ 79+000 ถึงกิโลเมตรที่ 90+280 
  • ระยะทางรวมประมาณ 11.280 กิโลเมตร 
  • งบประมาณ 546.70 ล้านบาท

เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในพื้นที่ โดยปัจจุบันโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

ทล.2275 หนองพวง - เนินคนธา

จาก 2 เป็น 4 รองรับการเดินทางได้มากกว่าเดิม

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2275 กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นทางหลวงมาตรฐานทางชั้นพิเศษ ด้วยการขยายจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ไป – กลับ โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ

  • ผิวทางคอนกรีตชนิด Joint Plain Concrete Pavement (JPCP)
  • ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร
  • ไหล่ทางคอนกรีตกว้างข้างละ 2.50 เมตร
  • ติดตั้งกำแพงคอนกรีตกั้นกลางแบบ Single Slope Barrier เพื่อแยกทิศทางการจราจร
  • ก่อสร้างสะพานใหม่จำนวน 4 แห่ง
  • ก่อสร้างท่อระบายน้ำจำนวน 7 แห่ง
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกระพริบบนเส้นทาง

โครงสร้างทั้งหมดถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้ใช้เส้นทางตลอดสาย 

 

ทล.2275 หนองพวง - เนินคนธา

เส้นทางสำคัญ เชื่อมเหนือ – อีสาน 

ทางหลวงหมายเลข 2275 สาย หนองพวง – เนินคนธา เป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ และยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเร่งรัดขยายทางสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร

เส้นทางสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการขนส่งสินค้าเกษตร และการเดินทางของประชาชนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทล.2275 หนองพวง - เนินคนธา

ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าหลังจากนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่ง ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้การสัญจรมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้การขนส่งสินค้าเกษตรมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในพื้นที่ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาของภูมิภาคในระยะยาว

 

ข้อมูลจาก : doh.go.th, fm91bkk.com, ejan.co

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts