เมืองไทยยังขาย KIA SORENTO หน้าก่อนปรับโฉมและวี่แววของหน้าใหม่จะมาไหมนั้นต้องติดตามในส่วนออสเตรเลียได้ใช้หน้าใหม่

KIA SORENTO MY2026 ใช้หน้าใหม่ปรับโฉมขุมพลังมาครบทั้งสันดาป ฟูลไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด เพิ่มเติมด้วยระบบความปลอดภัยปรับออปชันเล็กน้อยและรุ่นย่อยให้ตรงความต้องการมากที่สุด

หน้าหล่อล้ำอนาคต
ในร่างเจเนอเรชันที่ 4 แรกเห็นก็ติดใจกับไฟหน้ารูปตัว T ประกอบด้วยไฟหน้า LED แนวตั้งสี่ดวงพร้อมแถบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ Daytime แบบ LED ลากยาวมาจากขอบไฟด้านข้างมาถึงด้านหน้าทั้งบนและล่าง กระจังหน้าลายเสือหรือ Tiger Face แบบขอบสีเงิน
พร้อมตราโลโก้ KIA ย้ายไปอยู่ขอบฝากระโปรง รับกับกันชนหน้ารูปตัว H พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED แทรกในช่องระบายอากาศส่วนล่างใต้ป้ายทะเบียนเสริมคิ้วกันชนหน้าสีเงินสไตล์เด่นและช่องระบายอากาศแนวตั้งสองฝั่ง กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว คิ้วขอบล้อกลมกลืนกับบังโคลนหน้า-หลัง ราวหลังคา หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่

ไฟท้าย LED ออกแบบเป็นรูปทรงตัวทีพร้อมกันชนหลังใหม่ทูโทนเสริมคิ้วสีเงินและยังย้ายตำแหน่งไฟถอยมาที่ใต้กันชนหลัง ฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (เปิด-ปิดอัตโนมัติ) ด้วยระบบ Smart Tailgate

ล้ออัลลอยลายทูโทนขนาด 17 นิ้ว หุ้มยางขนาด 235/65R17 ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/60R18 ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235/55R19 และใหญ่สุด 20 นิ้วพร้อมยาง 255/45R20 ตัวรถสร้างจากแพลตฟอร์ม Hyundai-Kia N3 พื้นฐานเดียวกับ Hyundai Santa FE ใหญ่ขึ้นทุกมิติตั้งแต่
- ความยาว 4,815 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,700 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,815 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากใต้ท้องรถ 176 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,898-2,117 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 67 ลิตร และ 47 ลิตรในรุ่นปลั๊กอินไฮบริด

ภายในปรับหรู
ตั้งแต่ชุดแผงคอนโซลหน้าออกแบบช่องแอร์ตรงกลางเป็นแนวนอนเล็กลงออกแบบปุ่มต่างๆให้ใช้งานง่ายขึ้นลดความซับซ้อน จอคู่ออกแบบใหม่ประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัลให้เลือกขนาด 4.2 นิ้ว และขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพง BOSE 12 จุด

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ HUD หัวเกียร์ดีไซน์แบบหมุน Shift-by-Wire ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ที่ชาร์จ USB Type C ติดตั้งทั้งคัน มีระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารตอนหลัง กุญแจรีโมทพร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะไกล
ความสบายแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเริ่มที่เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าทั้ง 10 กับ 14 ทิศทางสำหรับคนขับและ 10 ทิศทางสำหรับคนนั่ง พร้อมบันทึกความจำ 2 ตำแหน่งพร้อมหนุนหลังไฟฟ้า 4 ทิศทางมีอุ่นเบาะและระบายอากาศที่เบาะคู่หน้ากับตอนที่สอง


เบาะหลังพับได้แบบ 40/20/40 ในตอนสองและตอนสามพับได้แบบ 50/50 โดยมีพื้นที่วางของ 179 ลิตรในกรณีไม่พับเบาะทั้งสองตอนท้าย ถ้าพับตอนที่สามมีพื้นที่ 608 ลิตร และถ้าพับสองตอนท้ายมีพื้นที่ 1,996 ลิตร
สีภายในใหม่เลือกได้ทั้งแบบสีเทา Interstellar Grey, สีเบจ Volcanic S, สีน้ำตาล Brown และสีเขียว Cityscape Green พร้อมวัสดุหุ้มหนังแบบ Quilted NAPPA ในรุ่น GT-LINE เพิ่มไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ประตูหน้า

ขุมพลังมาครบจากตระกูล SmartStream
เบนซินขนาดใหญ่ SmartStream G MPI ขนาด 3.5 ลิตร V6 ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้าที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิด 332 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Sports-Matic
ดีเซลเทอร์โบแปรผัน Smart Stream D E-VGT ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่เปียกแบบ DCT 8 สปีด
รุ่นฟูลไฮบริดมาพร้อมเบนซินเทอร์โบ Smartstream G T-GDI ขนาด 1.6 ลิตร Hybrid ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 265 นิวตันเมตรที่ 1,500 ถึง 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 60 แรงม้าที่ 1,600 ถึง 2,000 รอบต่อนาที แรงบิด 264 นิวตันเมตรที่ 0 ถึง 1,600 รอบต่อนาที
คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียม-ไออนความจุ 1.5 kWh ให้กำลังรวม 230 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ประหยัดสุด 18.52 กิโลเมตรต่อลิตรในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า
และปลั๊กอินไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ Smartstream G T-GDI ขนาด 1.6 ลิตร กำลังเท่ากับรุ่นฟูลไฮบริด จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 67 แรงม้าที่ 2,100 ถึง 3,300 รอบต่อนาที แรงบิด 304 นิวตันเมตรที่ 0 ถึง 2,100 รอบต่อนาที
พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนความจุ 14 kWh ให้กำลังรวม 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ Active AWD โดยขาร์จช้า AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 3.3 kW ชาร์จได้ถึง 3.25 ชั่วโมง 15-95% วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 68 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP
มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าในรุ่น 3.5 V6 และฟูลไฮบริด กับขับเคลื่อนสี่ล้อ Active AWD (Part-Time with Lock Mode), Torque Distribution Display ในรุ่นดีเซล 2.2 และปลั๊กอินไฮบริด

เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ DRIVE WiSE
- ใหม่!! ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LFA 2 (Lane Following Assist 2)
- เบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ MCB (Multi-Collision Braking)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ HBA (High Beam Assist)
- ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตากับช่วยเตือนขณะถอยหลัง BCA (Blind Spot Collision Avoidance Assist) with RCCA (Rear Cross Traffic Collision Avoidance)
- กล้องมองภาพจุดอับสายตาเมื่อผู้ขับขี่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายหรือขวา Blind-Spot View Monitor (BVM)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยกตรวจจับทั้งรถ คนเดินเท้า รถจักรยานและรถมอเตอร์ไซค์ หรือวัตถุเคลื่อนไหวต่างๆ AEB (Autonomous Emergency Braking) – Car, Pedestrian, Cyclist, Junction Turning/Crossing, Direct/Oncoming Lane Change Detection
- ช่วยหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยจอดด้านหลัง PCA (Reverse Parking Collision-Avoidance Assist) ช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAWS (Driver Attention Warning)
- จำกัดความเร็วอัตโนมัติ ISLA (Intelligent Speed Limit Assist)
- กล้องมองภาพรอบคัน Surround View Monitor (SVM)
- ป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEA (Safe Exit Assist)
- สัญญาณกะระยะการจอดทั่งด้านหน้า ด้านหลังและใหม่เพิ่มด้านข้าง

KIA SORENTO MY2026 ขายแล้วที่ออสเตรเลียทั้งหมด 20 รุ่นย่อย 4 เกรดความหรูตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น S, Sport, Sport + และรุ่นท็อป GT-Line ในราคาเริ่มต้น $51,380-$86,790 เป็นราคาไม่รวมค่าจดทะเบียนและภาษีถนน On-Road หรือราว 1,105,000-1,865,000 บาท ส่วนเมืองไทยเตรียมขายจริงกับหน้าใหม่เร็วๆนี้
ที่มา CarExpert










