ค่ายหรูเมืองผู้ดีอย่าง Bentley สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการรถลักชัวรีอีกครั้งด้วยการเปิดตัวอนุกรมรุ่นพิเศษ Bespoke Series โดยสำนัก Mulliner ซึ่งจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ “Product Drops” หรือการปล่อยคอลเลกชันพิเศษปีละหนึ่งครั้ง ถอดแบบมาจากแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ โดยประเดิม Batch แรกของโลกด้วยรหัสตัวแรง Continental GT S และ GT S Convertible จำกัดจำนวนแบบเอ็กซ์คลูซีฟรวมกันเพียง 100 คันเท่านั้น!

การเดินเกมส์รอบนี้ Bentley นิยามรถกลุ่มนี้ว่าเป็น “งานศิลปะบนล้อเลื่อนที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน” (Highly curated limited-edition cars) แม้ฟังดูเหมือนคำโฆษณาชวนเชื่อทางการตลาด แต่ทางค่ายยันยันว่าทีมดีไซเนอร์ได้ทำการวิเคราะห์เทรนด์วัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงคาดการณ์ทิศทางสีสันยอดนิยมในอนาคต เพื่อเอามาผสมผสานลงในตัวรถให้ดูโมเดิร์นที่สุด
ดีไซน์ภายนอก: แฟชั่น 6 เฉดสีใหม่ ตัดด้วยเส้นสายดุดัน
แม้ปกติ Bentley จะเด่นเรื่องตามใจลูกค้า (Personalization) แบบไร้ขีดจำกัด แต่สำหรับ Bespoke Series ล็อตแรกนี้ ดีไซเนอร์จัดแจงเลือกสีตัวถังมาให้เสร็จสรรพ 6 เฉดสีใหม่เอี่ยม ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ ไฮไลต์อยู่ที่การคาดแถบสีดำ Beluga ผสมเอฟเฟกต์สีมุก (Pearl Effect) ลากยาวตรงกลางตัวรถเพื่อเพิ่มมิติ

ตัวรถตัดความพรีเมียมด้วยความดุดันจากออปชัน Blackline Specification เปลี่ยนชิ้นส่วนโครเมียมรอบคัน รวมถึงกระจังหน้าและช่องดักลมให้เป็นสีดำเงา (Gloss Black) ทั้งหมด รับกับกระจกมองข้างสีดำ และเดินล้ออัลลอยขนาดบิ๊กเบิ้ม 22 นิ้วสีดำดุดัน พร้อมดุมล้อโลโก้ “B” แบบตังตรงอัตโนมัติ (Self-leveling) เวลาล้อหมุน ปิดท้ายความเหนือระดับด้วยไฟ Welcome Light Projection แบบเคลื่อนไหว ยิงลายลงพื้นต้อนรับทันทีที่เปิดประตู
ห้องโดยสาร: สามโทนสีสุดเนี๊ยบ พร้อมออปชันหมุนได้ระดับตำนาน
เมื่อก้าวเข้าสู่ด้านใน คุณจะพบกับเบาะนั่ง Comfort Seats ที่เย็บลวดลายรูระบายอากาศ (Perforation pattern) ดีไซน์พิเศษ ลากยาวตั้งแต่พนักพิง, แผงประตู ไปจนถึงเบาะนั่งแถวหลัง งานตกแต่งภายในเน้นความสุขุมด้วยวัสดุโครเมียมรมดำ (Dark tinted chrome), ป้ายแท็กเบาะคำว่า “By Mulliner” และที่ขาดไม่ได้คือหน้าจอคอนโซลกลางหมุนได้ 3 พริ้ว Bentley Rotating Display ยอดฮิต
งานหุ้มเบาะหนังรอบนี้ Mulliner เลือกใช้การตัดสลับสีแบบ 3 โทน (Triple color split) โดยนำสีไฮไลต์ประจำตัวถังภายนอก มาแมตช์เข้ากับหนังแท้สีดำหลัก Jet Black และสีดำรอง Beluga อย่างลงตัว เสริมด้วยไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศ และแผงคอนโซลหน้า (Interior fascia) ที่ทำสีเดียวกับตัวถังรถด้านนอกชวนสะดุดตา
ขุมพลัง V8 เสียบปลั๊กไฮบริด: 0-96 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที!
นอกจากความสวยงามแล้ว Bentley ทุกคันในซีรีส์นี้จะมาพร้อมผ้าคลุมรถสั่งตัดพิเศษ และหัวใจไฮบริดเจเนอเรชันล่าสุด High Performance Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ความจุ 25.9 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
-
พละกำลังรวม: รีดม้าลงพื้นได้โหดจัดถึง 671 แรงม้า (hp)
-
แรงบิดสูงสุด: 930 นิวตันเมตร
-
สมรรถนะ: ตัวเลขกระชากวิญญาณ อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. (หรือประมาณ 0-96 กม./ชม.) ทำได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 306 กิโลเมตร/ชั่วโมง
-
โหมดรักษ์โลก: หากวันไหนอยากขับหล่อๆ เงียบๆ เข้าเมือง ตัวรถสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (Pure EV) ได้ไกลถึง 80 กิโลเมตร
เป็นการปรับตัวตามสไตล์แบรนด์แฟชั่นที่ฉลาดมาก เพราะนอกจากจะสร้างความแรร์ให้ตัวรถไม่ต้องไปจอดซ้ำกับใครแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายให้เศรษฐีที่ชอบสะสม “ของสะสมประจำปี” ต้องคอยตามเก็บคอลเลกชันใหม่เรื่อยๆ สำหรับค่าตัวของทั้ง 100 คันนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ขึ้นชื่อว่างาน Mulliner พ่วงระบบไฮบริดตัวแรงแบบนี้… ราคาบวกเพิ่มจากรุ่นปกติไปอีกหลายล้านแน่นอน!
Source: Carscoops














